ิงอยู่ด้านหลังพระพุทธรูปขนาดมหึมา ก่อนจะใช้มือปั้องปากตะโกนเสียงดังไปทางหุบเขาจนฝูงนกที่เกาะพักผ่อนอยู่ตกใจจนบินว่อน…
คืนวันแห่งอดีตไหลถั่งท้นอย่างเงียบงันในช่วงเวลานี้เงาของนางกับเขาทอดตัวบนผนังอับชื้นกระดำกระด่าง รอยร้าวซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกเชื่อมเงาของทั้งคู่ไว้ด้วยกัน
เยี่ยนหลินพลันหักใจไปจากเมืองหลวงไม่ได้
เนื่องจากผู้ที่เขาคะนึงหาอยู่ที่นี่
เขาหันหน้ากลับมาและทอดสายตามองใบหน้าด้านข้างอันสงบนิ่งของหญิงสาว จู่ ๆ ก็ถามว่า “ไม่มีอะไรจะพูดกับข้าหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงตอบ “แค่อยากอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเท่านั้น”นางเองก็ไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใด แต่ได้นั่งด้วยกันเช่นนี้เหมือนจะทำให้จิตใจตนสงบลงมาก
หน่วยตาของหนุ่มน้อยคลอหยาดน้ำ ยามยิ้มแย้มชวนหลงใหลเป็นพิเศษ พูดขึ้นมาว่า “เจ้าดีต่อข้าเพียงนี้ ส่วนข้าก็ดีกับเจ้าถึงเพียงนี้ แต่ทำไมเจ้าจึงไม่ชอบข้าหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงก้มหน้าไม่เปล่งวาจา
ท่ามกลางแสงและเงาอันสลัวรางที่กำลังขยับวูบไหว เนิ่นนานกว่าเสียงของนางจะแว่วดัง “ไม่เกี่ยวกับเจ้าหรอก ข้าบอกไปแล้วว่าข้าเป็นคนเลว”
เยี่ยนหลินกลับยังคงทอดสายตามองนาง ไม่เคลื่อนออกแม้แต่น้อย “ถ้าอย่างนั้นเจ้าเลวร้ายเช่นไร”
ความทรงจำของเจียงเสวี่ยหนิงหวนย้อนกลับไปยังชาติที่แล้วประดุจสายชลหลากทะลัก
แม้ว่าเยี่ยนหลินในชาตินี้จะปราศจากสิ่งใดที่ไม่ดี
แต่บาดแผลซึ่งสลักในความทรงจำของนางช่างล้ำลึกเหลือเกิน จนถึงขั้นไม่ว่าอย่างไ