ยาวขาวเนียนควงแส้ม้าเส้นหนึ่งใบหน้านางประดับรอยยิ้ม แสนงามแฉล้ม
แผลเป็นใต้หางตาลดทอนความอ่อนโยนขององคาพยพอันวิจิตรบนใบหน้า ขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมความองอาจห้าวหาญแทนแบบที่ไม่ปรากฏมาก่อน
เจียงเสวี่ยหนิงไม่เคยเห็นนางแต่งกายเช่นนี้พอเห็นเข้าก็ตกใจ จากนั้นตื่นตะลึงในความงามออกนอกหน้าอย่างไม่อาจปิดบัง นางกระโดดลงจากรถม้าไปหาเสิ่นจื่ออี กล่าวด้วยความปีติว่า“ทรงแต่งพระองค์เช่นนี้ช่างงามจริง ๆ เพคะ”
ไม่ได้พบกันเดือนกว่า เหมือนเสิ่นจื่ออีจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยใบหน้าหยิ่งยโสที่มีอยู่แต่เดิมแลเคร่งขรึมขึ้นกอปรด้วยความสุขุมเยือกเย็นที่องค์หญิงแห่งแว่นแคว้นพึงมี บริเวณดวงตาคล้ายเพิ่มความเย็นชาประดุจหิมะอีกหลายส่วน ทวีความสูงศักดิ์กว่าเดิม
เสิ่นจื่ออีได้ยินก็หัวเราะ
เพียงเอ่ยว่า “เจ้าไปที่ใดมาเนี่ย เหตุใดเพิ่งกลับเอาปั่านนี้”
เจียงเสวี่ยหนิงนึกถึงสิ่งที่ประสบในจวนของเซี่ยเวย ต้องฟั้องเรื่องเขาต่อหน้าเสิ่นจื่ออีสักหน่อย “ถึงวังหลวงจะมีคำสั่งให้พวกหม่อมฉันออกจากวังหลวงชั่วคราว แต่องค์หญิงอย่าเข้าพระทัยไปว่าหม่อมฉันจะไม่ต้องเข้าเรียนแล้วนะเพคะ ไม่ใช่เลย วันนี้เซี่ยเซียนเซิงส่งคนมาพาตัวหม่อมฉันไปทดสอบผลการเรียน เกือบไม่มีชีวิตรอดกลับมาแล้วด้วยซ้ำ”
นางพูดพลางแลบลิ้น
เสิ่นจื่ออีรู้สึกว่านางแสดงอาการเกินกว่าเหตุครั้นได้ยินก็ยิ้มแล้วนิ่งเงียบครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “เซี่ยเซียนเซิงเข้มงวดกับเจ้าก็จริง แต่ถื