เจียนตาย (1)แม้ไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่เจียงเสวี่ยหนิงก็ยังจัดแจงข้าวของ หอบพิณที่ตนนำกลับมาไปยังจวนตระกูลเซี่ย
เนื่องจากเคยมาเยี่ยมเยือนก่อนหน้านี้ไม่นานบ่าวไพร่ในจวนจึงเหมือนจะยังจำนางได้
คนนำทางพานางมุ่งตรงจากประตูเข้าจวนไปยังห้องทำพิณ
บริเวณข้างลานเรือนปลูกต้นโปร่งฟั้าซึ่งยังคงเขียวขจี สระน้ำมีชั้นหิมะขาวซึ่งยังไม่ละลายปกคลุมใบบัวแห้งเหี่ยว มัจฉาสีครามอยู่ใต้ใบบัวขยับแหวกว่ายเป็นบางครั้ง
ลานเรือนให้บรรยากาศคล้ายแดนเจียงหนาน
ไม่ค่อยพบเห็นในเมืองหลวง วิจิตรตระการตาสุดประมาณ
ทว่ายามนี้เจียงเสวี่ยหนิงไม่มีกะจิตกะใจไปชื่นชม สมองมีแต่ภาพดวงตาของเซี่ยเวยกวาดมองสำรวจอย่างแช่มช้า กระทั่งบ่าวรับใช้บอกว่า“ถึงแล้วขอรับ” นางถึงค่อยได้สติและรีบกล่าวขอบใจ
เซี่ยเวยยืนถือถ้วยชาริมหน้าต่างด้วยท่าทางสบายอารมณ์ รอนางมาสักครู่แล้ว
เจียงเสวี่ยหนิงละล้าละลังอยู่ข้างนอก ไม่ค่อยอยากเข้าไป
เซี่ยเวยวางถ้วยชาลงบนกรอบหน้าต่างเบา ๆกล่าวโดยไม่หันหน้ากลับมา “เรื่องใหญ่เช่นนั้นยังกล้าเข้าไปสอด ทีตอนนี้ข้าบอกให้มาเรียนพิณความกล้ากลับเหมือนถูกแมลงกัดแทะเสียแล้ว ที่เจ้าไม่เข้ามาเป็นเพราะต้องการให้ข้าออกไปเชิญเองหรือ”
สีหน้าของเจียงเสวี่ยหนิงคล้ำลงเล็กน้อย ในที่สุดก็กัดฟันกรอด ก้าวข้ามธรณีประตูอย่างระมัดระวัง ก่อนจะประสานมือคารวะเซี่ยเวย“ศิษย์คารวะอาจารย์เจ้าค่ะ”
ครานี้เซี่ยเวยถึงหมุนกายกลับมามอง
ดรุณีน้อยหอบพิณ ก้มหน