้าก้มตาไม่กล้าแม้แต่จะเงยศีรษะ นัยน์ตาทั้งสองข้างคล้ายตรึงอยู่กับปลายเท้าตัวเอง ทำให้เขาเห็นเพียงยอดศีรษะของนาง มองเหมือนสตรีในห้องหอผู้ขวัญอ่อนไม่กล้าก่อเรื่อง
น่าเสียดายที่นางไม่ค่อยว่านอนสอนง่ายนัก
วันนี้เซี่ยเวยอยู่จวนจึงสวมชุดสีครามหม่นตัวหลวมแขนกว้าง เขาชี้โต๊ะพิณว่างเปล่าด้านข้างแสดงเจตนาให้นางนำพิณไปวาง ตามด้วยกล่าวอย่างเรียบเฉย “รู้ตัวว่าผิดแล้วรึ”
ครั้นได้ยินคำพูดนี้เจียงเสวี่ยหนิงก็เข้าใจทุกสิ่ง
นี่มันคำพูดที่นางเขียนบนตั๋วเงินไม่ใช่หรือไร!
คนแซ่เซี่ยผู้นี้ได้เงินของนางไปอย่างที่คิดเลย!
เจียงเสวี่ยหนิงร้องโอดโอยในใจ วางพิณแต่ไม่กล้านั่ง เพียงยืนอยู่ด้านข้างอย่างเรียบร้อย ตอบตามตรงว่า “รู้แล้วเจ้าค่ะ”
ท่าทียอมรับผิดจะต้องทำให้ดี ไม่ว่าอย่างไรห้ามแก้ตัวเด็ดขาด
ในเมื่อเซี่ยเวยบอกว่านางผิด นางก็ต้องผิด!
แต่คิดไม่ถึงว่าประโยคต่อมาของเซี่ยเวยคือ“อ้อ ผิดที่ใด”
เจียงเสวี่ยหนิง “…”
นางพอจับเค้าลางได้ว่าหากตนไม่ยอมรับผิดก่อนจะต้องตายอนาถแน่ แต่ครั้นให้ชี้จุดที่ตนผิดเข้าจริง ๆ เมื่อครุ่นคิดอย่างถ้วนถี่กลับพูดยากอย่างไรเสียนางก็ไม่รู้สึกว่าตนทำผิดตรงไหนเซี่ยเวยโยนปึกตั๋วเงินลงบนโต๊ะเบื้องหน้านางคราบน้ำหมึกเล็กน้อยด้านหลังตั๋วเงินแต่ละใบปรากฏตรงหน้าเจียงเสวี่ยหนิง
นางเห็นแล้วหนังตากระตุก
เซี่ยเวย “ทำได้ดีมากเลยไม่ใช่หรือไร แม้แต่อาจารย์ยังถูกเจ้าปิดบังเสียไม่รู้เรื่องรู้ราวเลย”
เจียง