อว่าปฏิบัติต่อเจ้าแตกต่างจากผู้อื่นเป็นพิเศษเช่นกันเจ้าควรกระทำตนเป็นศิษย์ที่ดีถึงจะถูก ต้องรู้ว่าต่อให้เป็นภายในราชสำนัก ผู้ได้รับความสำคัญจากเขาเช่นนี้ก็มีไม่มาก”
เจียงเสวี่ยหนิงอึ้ง “เหตุใดจึงรู้สึกว่าพระองค์ตรัสอะไรแปลก ๆ ล่ะเพคะ”
เสิ่นจื่ออีไม่ได้อธิบายให้มากความ เพียงบอกให้องครักษ์คนเดียวที่ติดตามนางมาวันนี้ส่งแส้ม้าอีกเส้นให้เจียงเสวี่ยหนิง “วันนี้ข้าออกจากวังมาหาเจ้าเพื่อเที่ยวเล่น ข้าไม่ได้ออกมาดูข้างนอกตั้งหลายปีแล้ว สมัยก่อนเจ้ากับเยี่ยนหลินเที่ยวเล่นสิ่งใดก็พาข้าไปเที่ยวเล่นสิ่งนั้นเถอะ”
เจียงเสวี่ยหนิงมองแส้ม้าอึ้ง ๆ “แต่หม่อมฉันขี่ม้าไม่เป็นนะเพคะ”
เสิ่นจื่ออี “ถ้าอย่างนั้นนั่งบนม้าเฉย ๆ ร่วมเดินทางเป็นเพื่อนข้าก็ได้”เจียงเสวี่ยหนิงคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรยาก ด้วยความช่วยเหลือจากองครักษ์ด้านข้าง นางจึงตะกายขึ้นหลังม้าอีกตัวด้วยท่าทางไม่ค่อยจะโสภามากนักสำเร็จ ดึงบังเหียนม้าอย่างประหม่าเล็กน้อย จากนั้นร่วมเดินทางพร้อมเสิ่นจื่ออี
สภาพอากาศภายในเมืองหลวงเย็นลงแล้ว ไม่มีผู้คนสัญจรมากนัก
ดังนั้นเมื่อมีโฉมสะคราญสองนางขี่ม้าท่องตลาดจึงดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนมากอย่างไม่ต้องสงสัย
เจียงเสวี่ยหนิงคุ้นเคยถนนหนทางและตรอกซอกซอยภายในเมืองหลวงเป็นอย่างดี นางชี้ร้านค้าและตึกรามบ้านช่องทั้งซ้ายและขวาพร้อมอธิบาย ไม่นานนักก็มาถึงตลาดตะวันตก นึกอะไรได้ฉับพลันเลยถามว่า “หลายวันมานี้ประทับใ