หลายปีเช็ดเช่นไรก็ไม่ได้ดีไปกว่าเดิมนัก ทำให้กระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง กล่าวระคนยิ้มด้วยความกระดากเหลือแสน “ร้านเล็กซอมซ่อ ขายหน้าแม่นางทั้งสองแล้วเจ้าค่ะ”
รอยยิ้มของสตรีผู้นี้เรียบง่ายและจริงใจ
ขณะยิ้มแย้มยังแฝงความอายอยู่หลายส่วน
เสิ่นจื่ออีไม่เคยประสบพบเจอคนเช่นนี้หลังจากอึ้งไปสักพักถึงกล่าวว่า “ไม่เป็นไร”
สตรีผู้นั้นวางถ้วยชาลงบนโต๊ะสองถ้วยและรินน้ำชาให้พวกนาง “ดูจากท่าทางแล้ว พวกท่านทั้งสองคงจะมารอคนที่นี่ น้ำชาคุณภาพต่ำ คงแก้ขัดได้เพียงเท่านี้แล้วเจ้าค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงนั่งลงประคองถ้วยชาดื่มอึกหนึ่ง ก่อนจะยิ้มกล่าว “ก็ดีพอสมควรนะ”
สตรีผู้นั้นคาดไม่ถึงว่าแม่นางน้อยดูบอบบางแท้ ๆ กลับเหมือนไม่แยแสเรื่องพวกนี้เลย นางอึ้งอยู่ครู่หนึ่งถึงค่อยหิ้วกาน้ำชาเดินจากไป
ร้านน้ำชาซอมซ่อถึงเพียงนี้กลับมีดรุณีเช่นพวกนางทั้งสองมาเยือน ย่อมไม่อาจเลี่ยงเป็นที่สะดุดตาของผู้คนรอบข้าง
แต่อย่างไรเสียก็อยู่บริเวณใกล้เมืองหลวงใครไม่รู้บ้างว่าที่นี่อยู่ใต้ฝั่าพระบาทของโอรสสวรรค์
เพียงคิดก็รู้ได้ว่าดรุณีทั้งสองนางมีสถานะไม่สามัญ แม้แต่ม้าสองตัวซึ่งผูกไว้อยู่ด้านนอกยังไม่ธรรมดา จึงไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาสนทนาด้วย และยิ่งไม่มีผู้ใดกล้าเกิดความคิดนอกลู่นอกทาง
“สมัยนี้เดินทางค้าขายขึ้นเหนือล่องใต้ไม่ง่ายเอาเสียเลย ครั้นถึงฤดูหนาวชายแดนจะวุ่นวายมาก ปีนี้ไม่รู้เพราะเหตุใดราชสำนักถึงไม่ส่งทหารไป ข้าค้าขายไม่ได้เลย