รู่ก็ค่อย ๆ เลือนหาย กลายเป็นความเย็นเยียบอันเงียบสงัด
—————
หลี่ว์เสี่ยนที่เพิ่งกลับมาจากโรงเตี๊ยมสู่เซียงรู้สึกไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัว กระทั่งเดินผ่านจวนหย่งอี้โหวซึ่งถูกปิดและเดินเข้าประตูใหญ่จวนตระกูลเซี่ยมาแล้ว ข่าวสองเรื่องซึ่งได้รับรู้มาก็ยังวนเวียนในหัวสมอง
หุ้นที่ลงกับนาเกลือนำไปขายต่อได้อย่างนั้นรึ
อีกทั้งเหรินเหวยจื้อครั้นมาถึงเมืองหลวงแล้วก็ยังถึงกับจัดการเรื่องมงคลของตนเองได้ด้วย อีกสองวันจะไปสู่ขอที่จวนชิงหย่วนปั๋อ
เรื่องราวสมัยนี้ไฉนเข้าใจยากนักนะ
เขาขมวดคิ้วแน่น ไม่สนใจคนในจวนที่กล่าวทักทายตน ขณะย่างเท้าเข้าไปในห้องทำพิณก็หวนนึกถึงเหตุการณ์ช่วงหลายวันมานี้ ร่างกายอดสั่นสะท้านไม่ได้เขาพลันชักขาที่เพิ่งก้าวเข้าไปกลับมา
เมื่อเหลียวซ้ายแลขวาก็เห็นว่าทั้งเตาฉินและเจี้ยนซูล้วนไม่อยู่ เขาจึงเรียกบ่าวรับใช้คนหนึ่งมายกเก้าอี้ให้ แล้วนั่งตรงระเบียงทางเดินนอกห้องทำพิณพลางครุ่นคิดใจลอย
หลี่ว์เสี่ยนกำลังรอเซี่ยเวย
คิดไม่ถึงว่าเขาต้องรออยู่นานกว่าเซี่ยเวยจะกลับ ครั้นเงยศีรษะแล้วเห็นอีกฝั่ายมีสีหน้าไม่ได้ดีไปกว่าตนนัก หนังตาก็กระตุกทันใด
หลี่ว์เสี่ยนเอ่ยถาม “เกิดเรื่องที่ราชสำนักอย่างนั้นหรือ”ยามเหมันต์เช่นนี้ ต้นไม้ใบหญ้าในลานเรือนล้วนร่วงโรย
ใบบัวภายในสระแห้งจนกลายเป็นสีเหลืองม้วนตัวบนผิวน้ำ
ชุดนักพรตสีครามหม่นของเซี่ยเวยประหนึ่งใบไม้แห้งที่ปลิดปลิว
สิ่งที่เกิดขึ้นขณะหารือข้อราช