เขารู้เรื่องที่ไม่ควรรู้เข้าจริง ๆ ค่อยหาโอกาสกำจัดทิ้งก่อนที่เขาจะนำข่าวสารกลับมาเมืองหลวงก็ยังไม่สาย”
“…”
การกระทำเช่นนี้หาใช่รูปแบบปกติของเซี่ยจวีอันไม่
หลี่ว์เสี่ยนรับรู้ได้อย่างฉับไว นอกจากเหตุไม่คาดฝันตามที่เซี่ยเวยว่ามาแล้วต้องมีเหตุผลอื่นซึ่งตนไม่รู้อีกแน่ หลังนิ่งเงียบใคร่ครวญอยู่นานสุดท้ายก็ไม่กล้าซักไซ้อีก
เซี่ยเวยยืนใต้หลังคาระเบียงทางเดิน หลังสนทนาเสร็จก็เห็นว่าฟั้าค่อย ๆ มืดแล้ว จึงก้าวเข้าไปในห้องทำพิณ
ทว่าหลี่ว์เสี่ยนกลับยังยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อน
เขาหมุนกายกลับไปมองภายในห้อง คิ้วที่กำลังขมวดเปลี่ยนเป็นเลิกสูง พลันได้สติราวกับนึกอะไรได้ “ช้าก่อน ไม่ถูกสิ เรื่องจางเจอน่ะเอาไว้ก่อน แต่เรื่องกำจัดกงอี๋เฉิง จากนั้นค่อยจัดการขุมกำลังภายในเมืองหลวง กระทั่งว่ายังยืมดาบฆ่าคน นี่เป็นแผนลูกโซ่ชัด ๆ ! ก่อนหน้านี้ตอนสังหารกงอี๋เฉิงทิ้ง มิใช่เจ้าบอกข้าว่าไม่มีแผนการหรอกหรือ?!”เซี่ยเวยยืนมองผนังอันว่างเปล่าอีกคราภายในห้องไม่ได้จุดตะเกียง แผ่นหลังของเขาจึงกลืนหายไปกับความมืดจนมองเห็นได้เพียงราง ๆ
แต่หลี่ว์เสี่ยนกลับได้ยินน้ำเสียงอันเรียบนิ่งของเขาได้ชัดเจน
เขาเอ่ยว่า “ข้ากล้าพูด ส่วนเจ้าเองก็กล้าเชื่อจริง ๆ เช่นนั้นหรือ”
หลี่ว์เสี่ยน “…”
บิดามันเถอะ ไฉนข้าไม่เคยรู้เลยนะว่าเจ้าเป็นคนถ่อยเช่นนี้!