นี้ต่อไปคิดว่าอีกไม่นานก็จะขุดรากถอนโคนโจรกบฏพวกนี้ได้แล้ว!”
ทุกคนกล่าวเห็นด้วย เปล่งเสียง “ฝั่าบาททรงพระปรีชายิ่งแล้ว” ออกมา
ทว่ากู้ชุนฟางเสนาบดีกรมอาญาคนใหม่กลับขมวดคิ้วหน้าตาเคร่งขรึม ปราศจากความยินดีแม้แต่น้อย “น่าเสียดายตอนที่ศาลาว่าการเมืองซุ่นเทียนล้อมจับไม่ได้รู้ว่ามีคนผู้นี้อยู่ด้วย จึงระดมยิงเกาทัณฑ์จนสิ้นชีพ ในเมื่อคนผู้นี้อยู่ข้างกายหัวหน้าโจรมายี่สิบสามสิบปี ทั้งยังเป็นผู้วางแผนการ เช่นนั้นจะต้องรู้ความลับของนิกายสวรรค์มากแน่ เขาเป็นถึงบุคคลสำคัญระดับสุดยอดของนิกาย หากจับเป็นมาไต่สวนได้ ไม่ทราบว่าจะเค้นข้อมูลสำคัญออกมาได้มากสักเพียงใดพ่ะย่ะค่ะ…”
ทุกคนพลันกระดาก
เซี่ยเวยได้ยินดวงตาก็มีแสงวาบผ่านเล็กน้อยกล่าวคล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้ “หากจับกุมตัวได้ย่อมดีที่สุด แต่แม้ว่าตอนนี้คนผู้นี้จะตายไปแล้วก็ใช่ว่าจะไม่อาจใช้ประโยชน์”
คิ้วทั้งสองข้างของกู้ชุนฟางเป็นสีดอกเลาประปราย
ครั้นได้ฟังวาจานี้ของเซี่ยเวยก็เลิกคิ้วหันไปทางเขา “รองราชครูเซี่ยมีความเห็นสูงส่งอันใดหรือ?”
“มิกล้า” เซี่ยเวยมีสัมมาคารวะยิ่งนัก เขาแสดงการคารวะระหว่างเอ่ยวาจากับกู้ชุนฟางก่อนจะตอบว่า “หากเมื่อครู่ใต้เท้าฟางไม่พูด คนแซ่เซี่ยก็ไม่ทันคิด แต่เมื่อใต้เท้าฟางพูดจึงบังเกิดความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาทันที เพียงแต่อาจจะเสี่ยงอันตรายอยู่บ้าง”
เสิ่นหลางทรงสงสัยใคร่รู้ในบัดดล “ความคิดอันใด?”
เซี่ยเวยมุมปากหยักโค้งนิด ๆ “ราช