ล้ายไม่ยิ้มมองเขาอยู่ สายตานางไม่ได้รุนแรงอันใด ทว่ากลับทำให้เขาหน้าแดงอย่างน่าประหลาดจนต้องรีบก้มหน้างุด
โจวอิ๋นจือเห็นเหตุการณ์นี้หัวคิ้วก็อดขยับเข้าหากันเล็กน้อยไม่ได้ “คนยังอยู่ใช่หรือไม่?”เว่ยซีสงบสติอารมณ์ พลันตอบกลับ “ไม่ได้จากไปแม้เพียงครึ่งก้าว ยังอยู่ข้างในขอรับ”
โจวอิ๋นจือจึงพานางเดินเข้าไป
เจียงเสวี่ยหนิงกลับจงใจเลิกคิ้วมองพ่อหนุ่มน้อยนามเว่ยซีอีกครา ก่อนจะเดินตามโจวอิ๋นจือไป ส่วนเว่ยซีใจลอยตามหลังเจียงเสวี่ยหนิงไปเจ็ดแปดส่วนแล้ว
คนถูกขังอยู่ในห้องเก็บฟืนตรงหัวมุมทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจวน
ครั้นผลักประตูเข้าไปก็พบว่าข้างในสะอาดสะอ้านโซ่ตรวนซึ่งทำมาจากเหล็กกล้าและเชือกปั่านมัดคนผู้นี้กับด้านหลังเสา เมื่อเดินเข้าประตูมาก็เห็นแล้วว่าสวมชุดขุนนางสีดำของเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยในกรมอาญา
เจียงเสวี่ยหนิงหยุดตรงประตู ไม่ได้เดินเข้าไปต่อ
โจวอิ๋นจือกลับเดินตรงไปเบื้องหน้าคนผู้นั้น
โจวอิ๋นจือยังไม่ทันจะพูด ครั้นคนผู้นั้นมองเห็นก็เริ่มออกแรงดิ้นรนด้วยความกลัวสุดขีดราวกับว่าก่อนหน้านี้ถูกทรมานมาอยู่บ้าง “ข้าไม่รู้อะไรแล้วจริง ๆ จดหมายไม่ได้อยู่กับข้าเช่นกันท่านบอกว่าหากข้าบอกแล้วจะปล่อยตัวข้าไปไม่ใช่หรือ!”
โจวอิ๋นจือหลุบตาลงมองเขา “ถ้าอย่างนั้นผู้ที่ติดต่อกับเจ้าเป็นใคร?”
คนผู้นั้นตัวสั่นงันงกตลอดเวลา “นิกายเราปฏิบัติการใดล้วนเป็นความลับ พวกข้าต่างฟังคำสั่งจากกงอี๋เซียนเซิงแห่งเมืองจ