ินหลิงอย่างลับๆ โดยต้องไปวางจดหมายที่วัดไปั๋กั่วในยามจื่อของทุกวัน จากนั้นจะมีคนมานำมันไป วันต่อมาเมื่อไปอีกคราจะมีจดหมายตอบกลับ แต่ข้าไม่เคยพบคนพวกนั้นเลย ดูจากลายมือที่ตอบจดหมายกลับมีอย่างน้อยสามคน ใต้เท้าโจว ท่านจับตัวข้ามาก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะ! จดหมายไม่ได้อยู่กับข้าจริง ๆ !”โจวอิ๋นจือมองไปทางเจียงเสวี่ยหนิง
เจียงเสวี่ยหนิงยืนอยู่ชิดประตู นางย่นหัวคิ้วกล่าวอย่างเย็นชา “เจ้าเป็นถึงเจ้าหน้าที่กรมอาญา ย่อมเข้าใกล้คุกหลวงได้ แต่คนผู้นั้นกลับปกปิดสถานะโดยอาศัยเจ้าสืบข่าวคราว ข้าคิดว่าพวกมันต้องพึ่งเจ้าให้นำจดหมายฉบับนี้ส่งถึงมือราชสำนักกระมัง อีกทั้งยังหมายความว่าขอเพียงเจ้าบอกพวกมันว่าโอกาสอันดีมาถึงแล้ว พวกมันก็จะนำจดหมายฉบับนี้มามอบให้เจ้า!”
ครั้นได้ยินเสียงนี้ ชายเคราะห์ร้ายพลันขนลุกชันไปทั้งร่าง
จนถึงตอนนี้เขาถึงจะเพิ่งรู้สึกตัวว่ายังมีคนอื่นกลับมาพร้อมโจวอิ๋นจือ ด้วย มิหนำซ้ำยังเป็นสตรี ฟังจากคำพูดแล้วเหมือนนางจะเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังโจวอิ๋นจือ เขาจึงหวาดกลัวขึ้นมาหลายส่วน
นึกอยากจะหันหน้ากลับไปมองว่าเป็นใครตามจิตใต้สำนึก
อย่างไรก็ตามเขาเพิ่งจะขยับตัว โจวอิ๋นจือก็ออกแรงถีบร่างเขา “นั่นใช่ผู้ที่เจ้าควรมองอย่างนั้นหรือ?”
คนผู้นั้นพลันร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
โจวอิ๋นจือตวาด “คุณหนูถามเจ้าว่าใช่หรือไม่?”
คนผู้นั้นร้องครวญ “ใช่ ใช่ขอรับ!”
เจียงเสวี่ยหนิงกล่าว “เช่นนั้นเรื่องก็ง่