ดไปพูดมาเสียงก็แผ่วตาม
ความไม่สบอารมณ์ค่อย ๆ ก่อตัวภายในดวงตาเซี่ยเวย คล้ายกำลังอดทนต่ออะไรบางอย่าง เอ่ยถามอีกว่า “ทางด้านติ้งเฟยเล่า?”
เจี้ยนซูยิ่งไม่กล้ามองเขา ก้มหน้าตอบว่า “วันนั้นพอเซียนเซิงสั่งการแล้วก็ออกตามหาทั่วเมืองหลวง แต่คุณชายติ้งเฟยไม่ได้กลับไปวิหารเลย มีคนบอกว่าเขาอยู่ที่หอจุ้ยเล่อ ครั้นพวกเราไปหาแม่นางที่หอคณิกา นางก็บอกตามถ้อยคำที่เขาฝากเอาไว้ว่าไปดื่มสุรา ‘บ่มสิบปี’ แต่เมื่อพวกเราไปถึงกลับไม่พบตัวแล้วขอรับ…”
นั่นหมายความว่าคนผู้นี้หายไปโดยไร้ร่องรอย
เซี่ยเวยหัวเราะเสียงต่ำ “ไม่เลว ไม่เลวเลย”เมื่อเจี้ยนซูและเตาฉินได้ฟังคำกล่าวซึ่งแฝงอันตรายเช่นนี้ ก็ไม่กล้าเอ่ยวาจาแม้แต่น้อย
ส่วนเซี่ยเวยเมื่อจัดแจงเสื้อผ้าเสร็จก็เอ่ยราบเรียบว่า “ค้นหาต่อไป” จากนั้นไม่กล่าวอันใดอีก มุ่งหน้าออกจากจวนและโดยสารรถม้าไปวังหลวงทันที
ภายในหอจดหมายเหตุหลวงใต้กำลังหารือข้อราชกิจกันอยู่
เสิ่นหลางทรงโสมนัสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นอกจากเวินเจาอี๋ตั้งครรภ์แล้ว ราชสำนักยังเกิดเรื่องดีงามน่าตื่นเต้นยินดีอีกเรื่องหนึ่งด้วย
เซี่ยเวยเพิ่งจะเดินเข้ามา เสิ่นหลางก็ทรงพระสรวลร่าเสียงดัง
“เซี่ยเซียนเซิงมาได้เสียที ศาลาว่าการเมืองซุ่นเทียนแจ้งเรื่องมาแล้ว คราวนี้มีบุคคลสำคัญของนิกายสวรรค์ถูกสังหาร เซี่ยเซียนเซิงสร้างผลงานครั้งยิ่งใหญ่แล้วละ!”
ทุกคนมองไปทางเซี่ยเวย แววตาแฝงความนับถืออยู่บ้าง
แน่นอนว่าคนพวก