จใจอ่อนหรือเบ้าตาแดงบ้าง ทว่านางผ่านความเป็นความตายและเดินผ่านประตูผีมาแล้วหนหนึ่ง จึงไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก หากเมิ่งซื่อทำดีกับตนก็ดี หรือทำไม่ดีกับตนก็ช่าง ไม่อาจสร้างความสะเทือนอารมณ์แก่นางมากไปกว่านี้
นับประสาอะไรกับการปลอบใจอย่างขอไปทีเช่นนี้เล่า
นางตอบรับอย่างเรียบเฉย “เจ้าค่ะ”
เจียงปั๋อโหยวมองสำรวจสีหน้านาง ครั้นเห็นนางมีท่าทีเฉยชาก็ลอบถอนใจ ทว่าไม่ได้พูดอะไรออกไป สุดท้ายคล้ายนึกบางอย่างได้จึงหันไปกล่าวกับเมิ่งซื่อ “ข้ามีเรื่องจะคุยกับยายหนูหนิงตามลำพังสักสองสามประโยค เจ้ากลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อนแล้วกัน”เมิ่งซื่อนิ่งอึ้งทันที
มีสิ่งใดที่ไม่อาจพูดต่อหน้านางได้เช่นนั้นหรือ
จู่ ๆ ในใจก็พลันบังเกิดความขุ่นเคืองเล็กน้อยแต่เนื่องจากเป็นคำสั่งของเจียงปั๋อโหยว จึงทำได้เพียงระงับความไม่พอใจและกลับไปที่ห้องก่อน
เมื่อนางจากไปแล้ว เจียงเสวี่ยหนิงจึงเงยศีรษะมองเจียงปั๋อโหยว
นางรู้ว่าคือเรื่องอะไรโดยไม่ต้องรอให้เขาพูดด้วยซ้ำ
ยามนี้หัวใจเต้นเร็วขึ้นนิด ๆ อย่างไม่อาจควบคุม “เรื่องที่ฝากท่านพ่อช่วยจัดการก่อนหน้านี้เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”
“ข้าวของหลายหีบที่เจ้ามอบให้ข้าคราวก่อนจะว่ามีค่าก็มีค่าอยู่ เพียงแต่หากรีบร้อนนำไปแลกเปลี่ยนมากเกินไปจะเป็นเหตุให้คนฉวยโอกาสกดราคา อีกทั้งข้าไม่อยากขายราคาต่ำจนเป็นการดูถูกของดีเก่าเก็บของจวนโหว ฉะนั้นจึงจัดการไปเพียงครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งหนึ่งข้าให้ห้องบั