นประโยคดังกล่าวก็สงบเยือกเย็นลงบ้าง “เจ้ามีแผนการ?”
เซี่ยเวยตอบ “ไม่มี”
หลี่ว์เสี่ยนสูดลมหายใจลึกคราหนึ่ง คล้ายกำลังอดทนอดกลั้นอะไรบางอย่าง แต่ยังคงไม่หันศีรษะกลับไปดูอยู่ดี “เจ้าเป็นคนของนิกายสวรรค์ ส่วนคนเขาเจ้าก็เชิญมาที่จวนเอง ในเมื่อเกิดเรื่องพรรค์นี้และเขาก็ยังอยู่ในเมืองหลวงเช่นนั้นเจ้าจะรอดพ้นได้อย่างไรเล่า จะเอาสิ่งใดไปตอบคำถามนิกายสวรรค์ แล้ววันหลังจะทำให้มันจบเรื่องได้อย่างไร?!”
เซี่ยเวยสีหน้าเฉยสนิท “ไม่รู้”
“ไม่รู้?!!” หลี่ว์เสี่ยนเต้นผาง ใบหน้าสุภาพเรียบร้อยบิดเบี้ยวเพราะเรื่องน่าตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นวันนี้ เขาตวาดใส่เซี่ยเวยอย่างเหลืออด“ไม่มีแผนการ ไม่รู้ว่าจะให้คำตอบเช่นไร! แต่เจ้ากลับฆ่าคนไปแล้ว! ให้ตายเถอะ เซี่ยจวีอัน นี่เจ้าถูกผีเข้าหรือว่าข้าถูกผีเข้ากันแน่! ทำเช่นไรดี ทำเช่นไรดี!!! ไฉนเจ้าถึงกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้!!!”
เสียงเขาหนวกหูน่ารำคาญเสียจริง
เซี่ยเวยเลิกคิ้วเล็กน้อย “เจ้าจะลนลานไปเพื่อเหตุใด”
ข้าลนลานไปเพื่อเหตุใด?!
ใครมันเจอเรื่องแบบนี้แล้วจะไม่ลนลานบ้างเล่า!
ในสายตาหลี่ว์เสี่ยน เซี่ยเวยไม่ใช่คนทำอะไรวู่วามและไม่ใช่คนที่สมควรทำเรื่องพรรค์นี้เด็ดขาด ทุกแผนการที่วางไว้ในเมืองหลวงตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาล้วนลงทุนลงแรงด้วยความตั้งใจ หากจัดการไม่ดีความพยายามทั้งหมดจะเสียเปล่า!
หลี่ว์เสี่ยนไม่อาจสงบสติอารมณ์ได้!
เขาหันหน้ากลับมาคิดจะถกกับเซี่ยเวยอย่างไรก็ตามครั