องเช่นไรก็เหมือนเป็นลูกค้าเรื่องมากจุกจิกจู้จี้พวกนั้น…
ไม่ว่าใครหากถูกมองสำรวจเช่นนี้ย่อมรู้สึกกระสับกระส่าย เหรินเหวยจื้อเองก็เช่นกัน เขาสันหลังเย็นวาบ กระแอมทีหนึ่งแล้วเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “แม่นาง?”
เจียงเสวี่ยหนิงถึงหยุดฝีเท้า
เหรินเหวยจื้อผู้นี้มีท่าทางองอาจอยู่บ้างองคาพยพบนใบหน้าไม่เลว เพียงแต่ดูเหมือนบัณฑิตเสียมากกว่า ไม่เหมือนพ่อค้าเลยสักนิด
มิน่านาเกลือของครอบครัวถึงสูญสิ้น
ทว่าก็ดูท่าทางพอใช้ได้อยู่ แต่ถึงกระนั้น…
ไฉนนางจึงไม่สบอารมณ์เลยนะ
คนผู้นี้น่ะหรือจะสู่ขอฟางอิ๋น
เจียงเสวี่ยหนิงยืนยันอีกหน “เจ้าคือเหรินเหวยจื้อ?”
เหรินเหวยจื้อยังคงงุนงงอยู่บ้าง “ใช่”
ดวงตาเจียงเสวี่ยหนิงฉายแววพินิจพิจารณาหลายส่วน “เจ้าเขียนสัญญากับฟางอิ๋นว่าจะสู่ขอนางอย่างนั้นหรือ”
ในที่สุดเหรินเหวยจื้อก็เข้าใจ ที่แท้ก็มาเพราะเรื่องนี้นี่เอง! แต่ก่อนหน้านี้คล้ายว่าแม่นางโหยวจะไม่เคยกล่าวถึงเลยว่าสนิทสนมกับผู้ใดในจวนปั๋อ บางทีแม่นางตรงหน้าอาจเป็นญาติทางฝังมารดากระมัง มิน่าเล่าสายตาที่มองข้าถึงเหมือนแม่ยายมาดูตัวลูกเขยนักรอยยิ้มบนริมฝีปากเขาแข็งค้าง เหงื่อผุดซึมบนหน้าผาก
ตอนนี้เขารู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง ได้แต่กล่าวอย่างตะกุกตะกัก “ใช่”
เจียงเสวี่ยหนิงหยุดนิ่ง ไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง
มีเพียงสวรรค์ที่รู้ว่าสมองนางกำลังคิดอะไรอยู่
เหรินเหวยจื้อผู้นี้เป็นตัวอับโชค หลังจากนำเงินกลับไปสร้างเครื่องขุด