นี้ทิ้งปัญหาเอาไว้ ขณะที่ยังไม่รู้ว่าผู้ใดคอยสืบข่าวลับหลังกันแน่ หากบุ่มบ่ามเข้ามาข้องแวะจนเปิดเผยตัวตนก็จะตกอยู่ในอันตรายแต่ตอนนี้ไม่อาจสนใจอะไรมากขนาดนั้นแล้ว
นางต้องพบหน้าเหรินเหวยจื้อผู้นี้ให้จงได้!
สารถีย่อมประหลาดใจเป็นธรรมดา แต่ก็รู้ว่ายามอยู่ในจวนเจียงเสวี่ยหนิงเป็นคนโอหังและเจ้าอารมณ์ แม้จะบ่นในใจว่าฟั้าใกล้จะมืดแล้วหากไม่กลับจวนเกรงว่าคงทำให้คนที่บ้านเป็นห่วงทว่าก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา พลันหวดแส้เร่งให้อาชาซึ่งกำลังลากรถอยู่เร่งฝีเท้า
ไม่นานนักก็มาถึงโรงเตี๊ยมสู่เซียง
เมื่อเจียงเสวี่ยหนิงลงจากรถก็เดินเข้าไปข้างใน ระบุชื่อแซ่เหรินเหวยจื้อ ว่าต้องการพบเขายังคงเป็นห้องพักชั้นบนห้องนั้น
เหรินเหวยจื้อได้พบหน้าเจียงเสวี่ยหนิงเป็นครั้งแรก รู้สึกตกใจเป็นล้นพ้น
ครั้นเปิดประตูและเชิญนางเข้ามาแล้วก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ดูจากการแต่งกายของนางไม่เหมือนคนค้าขาย เขาจึงฉงนสนเท่ห์ยิ่งนักอดถามขึ้นมาไม่ได้ “ไม่ทราบว่าแม่นางมาหาข้าน้อยมีธุระอันใด?”
เจียงเสวี่ยหนิงกลับย่นหัวคิ้วไม่เอ่ยวาจา
นางจ้องมองเหรินเหวยจื้อและสำรวจตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าถึงสามรอบ หัวคิ้วที่ขมวดแน่นมิได้คลายแม้แต่น้อย กระทั่งว่าไม่ได้ตอบคำถามเขาเสียด้วยซ้ำ นางสาวเท้าเข้ามาเดินวนรอบกายเขา จากซ้ายไปขวา และจากขวาอ้อมไปทางซ้าย
เหรินเหวยจื้อพลันรู้สึกว่าตนเหมือนเนื้อสุกรซึ่งวางอยู่บนแผง
และแม่นางที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ ไม่ว่าจะม