เจียงเสวี่ยหนิงจากไปแล้ว
ก่อนจากไปยังไม่ลืมหันกลับมาหยิบถุงผ้าแพรซึ่งก่อนหน้านี้วางอยู่บนโต๊ะเซี่ยเวยด้วย
หลี่ว์เสี่ยนยืนลูบคางครุ่นคิดอยู่ข้างนอกครึ่งค่อนวัน สุดท้ายก็ยังคงเดินเข้ามาอยู่ดี “แหมเหตุใดถึงอารมณ์เสียขึ้นมาได้เล่า?”
เซี่ยเวยกำลังนั่งหลับตาอยู่ข้างโต๊ะ ยามนี้เสียงเซ็งแซ่อันสับสนวุ่นวายบนโลกพลันหายไปจากสมอง
เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้มีมากเกินพอแล้ว
เช้านี้หลี่ว์เสี่ยนอยู่ในจวน ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากข้างกำแพงที่อยู่ติดกันตลอดเวลาฉะนั้นเขามีหรือจะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเพียงแต่เขาไม่ได้คบค้าสมาคมอะไรกับจวนหย่งอี้โหว เห็นใจก็ส่วนเห็นใจ ทอดถอนใจก็ส่วนทอดถอนใจ แต่ก็มองดูเหตุการณ์นี้อย่างสงบเยือกเย็นยิ่งนัก…
สำหรับพวกเขาแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นผลดีด้วยซ้ำ
หากพูดจากมุมมองหนึ่ง เขาอยากให้เซี่ยเวยสงบเยือกเย็นเช่นตน ทว่าน่าเสียดายที่ไม่กล้าพูดเช่นนี้ออกมา
เซี่ยเวยไม่กล่าวอะไรอยู่นาน
หลี่ว์เสี่ยนเริ่มครุ่นคิด แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะเอ่ยปากเช่นไรดี
ผ่านไปครู่หนึ่งกลับได้ยินเซี่ยเวยส่งเสียงเรียก“เตาฉิน”
เตาฉินซึ่งอยู่ตรงมุมลับแห่งหนึ่งนอกประตูเดินเข้ามาเงียบ ๆ เคลื่อนสายตาขึ้นมองเซี่ยเวยพร้อมเอ่ยว่า “เซียนเซิง?”แววตาเซี่ยเวยนิ่งสงบยิ่งนัก “ไปสืบดูว่ากงอี๋เฉิงอยู่ที่ใด จากนั้นให้เชิญมาสนทนาที่จวน”
เชิญกงอี๋เฉิงมา?!
ทันใดนั้นหลี่ว์เสี่ยนก็ค่อนข้างเป็นกังวล เขารู้สึกได้ราง ๆ