ว่าคำพูดของเซี่ยเวยแฝงอันตรายอันผิดปกติอย่างหนึ่ง ทำให้อดเอ่ยปากไม่ได้“เจ้ากับเขาเป็นน้ำบ่อที่ไม่ยุ่งกับน้ำคลอง[1]ไม่ใช่หรือ?”
เซี่ยเวยไม่แยแส เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวขึ้นมาอีก “อีกสักพักไปตามติ้งเฟยมาด้วย”
คราวนี้ถึงตาเตาฉินประหลาดใจบ้างแล้วเซี่ยเวยนั่งนิ่งไม่ไหวติง ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่ “ถึงเวลาใช้งานเขาแล้ว”
ตรอกแห่งย่านเริงรมย์มีหอคณิกาเรียงราย
สถานที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือหอจุ้ยเล่อครั้นตกเย็นจะเต็มไปด้วยสีสันตระการตาจนดวงตาพร่าพราย เสียงสรวลเสเฮฮาดังระคนเสียงจอกสุรากระทบกัน เสื้อผ้าหอมกรุ่นส่งเสียงเสียดสีผสานกับเงาร่างอรชร นี่เป็นสถานที่กระชุ่มกระชวยหัวใจของบุรุษ ทั้งยังเป็นสถานที่เริงรมย์ละลายทรัพย์
เพียงแต่ขณะนี้เป็นตอนเที่ยง
ท้องถนนหลังหิมะตกเงียบสงัด มีเด็กรับใช้และสาวใช้ออกมาทำธุระให้บรรดาแม่นางทั้งหลายเป็นบางครั้ง ต่างเดินกางร่มผ่านไปมาด้วยความรีบร้อนจนทิ้งรอยเท้าเป็นทิวแถวสุดท้ายก็เคาะประตูทางด้านหลังสถานเริงรมย์แต่ละแห่ง
ภายในห้องของแม่นางหงเจียนแห่งหอจุ้ยเล่อเตียงอันอ่อนนุ่มหลังหนึ่งปูหนังเสือดาวผืนหนาม่านมุ้งสีชมพูซึ่งรมจนหอมกรุ่นห้อยระถึงพื้นเสื้อผ้างามวิจิตรสองชิ้นหล่นระเกะระกะบนที่พักเท้าซึ่งทำจากไม้ฮวาหลี[2]
กระบี่ยาวพร้อมฝักกระบี่เสียบตะแคงในโถใส่ม้วนภาพวาดไม่รู้ว่าสาวใช้ของแม่นางคนใดทำน้ำชาที่ยกมาหกคว่ำอยู่ข้างนอก ทำ เอาแม่เล้าตวาดด่า