ตอนเซี่ยเวยเดินเข้าไปก็ไม่คิดว่าหลี่ว์เสี่ยนจะอยู่ที่นี่ แต่คิดดูอีกทีเจียงเสวี่ยหนิงไม่น่าจะรู้จักอีกฝั่าย ดังนั้นจึงไม่พูดจาให้มากความ เมื่อได้ยินหลี่ว์เสี่ยนเอ่ยเช่นนั้น เขาก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะย่นหัวคิ้วกล่าวว่า “นี่คือคุณหนูรองสกุลเจียง เจ้าพูดจาเพ้อเจ้ออะไรกัน?”
หลี่ว์เสี่ยนย่อมจำเจียงเสวี่ยหนิงได้
เยี่ยนซื่อจื่อเคยพาคุณหนูรองเจียงผู้นี้มาซื้อพิณที่ร้านของเขาและนำ ‘เจียวอัน’ คันนั้นจากไป เซี่ยเวยยังลอบไม่พอใจอยู่พักหนึ่งด้วยซ้ำ แต่เรื่อง ที่เขาพูดถึงไม่ได้เกี่ยวกับว่านางจะเป็นคุณหนูตระกูลใดเสียหน่อยรู้จักเซี่ยเวยมานานหลายปีขนาดนี้ ในจวนไม่มีแม้แต่สาวใช้สักคน
เซี่ยจวีอันหมกมุ่นกับการศึกษาพระธรรมจิตใจใสสะอาดปราศจากกิเลส ทั้งไม่เข้าใกล้สตรีทั้งไม่เลี้ยงแม้แต่สุนัข แมว หรือนก เกรงว่าตลอดทั้งจวนอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ คงต้องเป็นหนูที่ขุดรูออกมาจากกำแพงเท่านั้นละถึงจะหาตัวเมียได้สักสองสามตัว!
การพาสตรีกลับจวนจึงไม่ต่างจากดวงตะวันขึ้นทางทิศตะวันตก!
สายตาของหลี่ว์เสี่ยนอยู่บนร่างเจียงเสวี่ยหนิง พบว่าสตรีผู้นี้งามกว่าที่เคยเห็นครั้งก่อนเล็กน้อย เอวคอดกิ่ว ร่างอรชรอ้อนแอ้น ดวงตาแบ่งสีขาวดำชัดเจน ใสกระจ่างเป็นที่สุด อย่างไรก็ตามเนื่องจากนางมีดวงตาลักษณะคล้ายกลีบดอกท้อ ทำให้ความกระจ่างใสไร้มลทินที่มีอยู่แต่เดิมทวีความงามซึ่งกอปรด้วยความเย้ายวนตามธรรมชาติขึ้นมาอีกหลายส่วน
เมื่อดูจากอง