แข็ง ๆ ดังโปั๊ก ถึงขั้นโลหิตไหลอีกด้วย!
ในที่สุดเสิ่นจื่ออีก็สบโอกาส ได้สติกลับคืนมายกกระบี่กดลำคอเซียวเยี่ยทันใด!เซียวหย่วนกราดเกรี้ยวยิ่ง “องค์หญิงใหญ่ทรงหมายความเช่นไร!”
เสิ่นจื่ออีพอจะจับท่าทีที่เสด็จแม่กับเสด็จพี่ฮ่องเต้มีต่อจวนหย่งอี้โหวได้ราง ๆ กระทั่งว่าวันนี้เสด็จพี่หลินจืออ๋องทรงอยากเสด็จมาด้วย แต่เสด็จแม่ก็ไม่ทรงอนุญาต หากติ้งกั๋วกงเซียวหย่วนทำงานด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม นางย่อมไม่อาจตำหนิอันใดได้อยู่แล้ว แต่วันนี้เขากลับกระทำถึงเพียงนี้ จะรังแกคนมากเกินไปแล้ว!
นางเป็นสหายสนิทของเยี่ยนหลิน ดังนั้นจะทนดูได้อย่างไร
อย่างไรเสียเสิ่นจื่ออีก็เป็นถึงองค์หญิงของราชสำนักและของแว่นแคว้น ยามชักสีหน้าช่างน่าหวั่นเกรงเหลือแสน นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เสด็จพี่ฮ่องเต้มีพระราชโองการให้เจ้ามาจับกุมคน แต่เจ้ากลับต้องการเข่นฆ่าสังหาร! ใครจะไปรู้ว่าเจ้าคิดจะใช้งานบังหน้าเพื่อแก้แค้นส่วนตัวหรือไม่? เซียวหย่วน เจ้าจงฟังให้ดี หากเจ้ากล้าแตะต้องผู้ที่อยู่ในห้องโถงแห่งนี้ เปินกงจู่รับรองเลยว่าลูกชายสารเลวไม่ได้ความของเจ้าจะหัวหลุดจากบ่าทันที!”
กระบี่เล่มนั้นยามอยู่ในมือเยี่ยนหลินกวัดแกว่งได้ดั่งใจปรารถนา ทว่ายามอยู่ในมือนางกลับฝืนกำลังอยู่บ้าง
ปลายกระบี่กดบนพื้น ตัวกระบี่ทำมุมแคบกับพื้น
ลำคอเซียวเยี่ยอยู่ในมุมแคบนี้
เสิ่นจื่ออีขยับข้อมือเพราะความหนัก มุมแคบนั้นจึงย่นระยะลงไปอีกหนึ่งส่วน