น
ยี่สิบปีผ่านไป ตระกูลเซียวไม่เคยเหยียบย่างเข้าจวนหย่งอี้โหวอีกเลย
วันนี้เป็นครั้งแรกในรอบยี่สิบปี!
นายทหารสวมชุดเกราะหนักถือดาบเดินติดตามอยู่ข้างหลัง เซียวหย่วนถือพระราชโองการซึ่งฮ่องเต้ทรงพระอักษรด้วยพระองค์เองความแค้นและความอึดอัดคับข้องใจที่เคยมียามนี้ล้วนระบายออกมาอย่างสาแก่ใจ!
เซียวหย่วนก้าวขึ้นขั้นบันได เขามีเส้นผมที่ขาวโพลนแล้ว สวมหมวกขุนนางทรงสูง ชุดเซินอีสีเข้ม และรองเท้าปลายงอน เมื่อเดินเข้ามาในห้องโถงก็หยุดฝีเท้า กวาดสายตาซึ่งแฝงความอันตรายอยู่หลายส่วนผ่านใบหน้าทุกคน เมื่อเห็นว่าเซี่ยเวยยังคงทำพิธีให้เยี่ยนหลินดังเดิมก็ย่นหัวคิ้ว สุดท้ายก็มองไปยังเยี่ยนมู่ซึ่งลุกยืนขึ้นแล้วทางด้านข้าง
เยี่ยนมู่ใบหน้าถมึงทึงและเย็นชา “จวนหย่งอี้โหวไม่เพียงปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถมาทุกยุคทุกสมัย ยังจงรักภักดีต่อฝั่าบาทและรักใคร่ราษฎร สิ่งที่ติ้งกั๋วกงกล่าวเมื่อสักครู่หมายความเช่นไร?”
เซียวหย่วนแค่นหัวเราะ “ย่อมเป็นความหมายของฝั่าบาท! มีข่าวแจ้งมาจากทงโจวเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนว่ามีคนลอบยุยงทหารจำนวนห้าหมื่นนายซึ่งตั้งค่ายอยู่ที่นั่นให้แข็งข้อบอกว่าจะทวงความเป็นธรรมให้จวนหย่งอี้โหวของเจ้า! เยี่ยนมู่เอ๋ยเยี่ยนมู่ สมัยก่อนผิงหนานอ๋องรุกราน เจ้ากับข้าสองตระกูลนับว่าเป็นผู้ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์ครั้งนั้น คาดไม่ถึงว่าเจ้ากลับลอบติดต่อพวกกบฏเสียได้ ทั้งที่ฝั่าบาทมีพระเมต