ดเป็นปมอยู่แต่เดิมจึงคลายออกบางส่วน ประสานมือคารวะเล็กน้อยเพื่อแสดงการขอขมาแด่สหายร่วมงานผู้นั้น อีกฝั่ายไม่ได้ถือสาอันใด ประสานมือให้เจียงเสวี่ยหนิง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องโถง
ขณะเจียงเสวี่ยหนิงมาถึงเมื่อครู่ นางได้ยินคำพูดเพียงบางส่วน
นางเดินเข้าไปคารวะเจียงปั๋อโหยว แล้วถามอย่างอดไม่ได้ “ครอบครัวที่ท่านพ่อกับคนผู้นั้นเอ่ยถึงขณะสนทนากันเมื่อครู่ คือตระกูลเจิ้งที่อยู่ในตรอกของตลาดตะวันตกใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
เจียงปั๋อโหยว “ใช่แล้ว ทำไม เจ้ารู้จักหรือ?”
เขานึกขึ้นมาได้ว่ามีคนตระกูลเจิ้งทำงานอยู่ในวังหลวงผู้หนึ่งจริง ๆ หลังจากขบคิดจึงเอ่ยถาม
ผู้ที่เจียงเสวี่ยหนิงนึกถึงคือเจิ้งเปั่า เนื่องจากชาติก่อนเจิ้งเปั่าเป็นถึงขันทีดูแลตราพระราชลัญจกรของกองกำกับฎีกา[1] ทั่วทั้งราชสำนักจึงรู้ว่าเขาอาศัยอยู่ที่ใดเป็นธรรมดา ตัวนางเองก็ยังไม่ลืมคำว่า ‘ตรอกในตลาดตะวันตก’ หลายคำนี้
ครั้นได้รับการยืนยันจากเจียงปั๋อโหยว นางก็เก็บเอาไว้ใส่ใจ
หากไม่ได้เจิ้งเปั่าให้ความช่วยเหลือคราวปิดล้อมเรือนหยางจื่อครั้งก่อน เกรงว่าคงยากจะรอดพ้นจากเหตุร้าย นางจึงกล่าวกับเจียงปั๋อโหยวว่า“เกรงว่าครอบครัวนี้น่าจะเป็นญาติของขันทีเจิ้งเปั่าซึ่งถวายงานในตำหนักคุนหนิง ท่านพ่ออาจจะยังไม่ทราบ สาเหตุที่ลูกรอดพ้นจากปากเสือในเหตุตรวจค้นเรือนหยางจื่อหนนั้นเป็นเพราะคนผู้นี้รู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์นับว่าเป็นผู้ที่มีจิตใจดีงามคนหนึ่ง ต่อ