คำกล่าวเช่นนี้ซุกซ่อนความอันตรายบางอย่างเอาไว้
เซียวซูกับเยี่ยนหลินประสานสายตากัน
ทุกคนได้ยินแล้วใจเต้นรัวอย่างน่าประหลาดแต่ก็ยากจะดูออกว่าเรื่องนี้มีสายสนกลในที่ไม่อาจให้ผู้อื่นล่วงรู้หรือไม่ จึงได้แต่มองดูพวกเขา
โชคดีที่ยามนี้มีเสียงของพ่อบ้านซึ่งกำลังสนทนากับคนผู้หนึ่งแว่วมา “พิธีกำหนดไว้ว่าต้นยามอู่จะจัดเลี้ยงรับรองแขกที่ห้องโถงส่วนหน้าขณะนี้แขกเหรื่อส่วนใหญ่มาถึงแล้ว ท่านรองราชครูไปตอนนี้กำลังพอดีเลยขอรับ”เซี่ยเวยกลับมาจากเรือนเฉิงชิ่ง
เงาร่างของเขาเคลื่อนมาจากหลังประตูใบหน้าคล้ายซีดเซียวกว่าขาไปเล็กน้อย ขณะเดินมาถึงระเบียงทางเดินก็เงยศีรษะมองทุกคน เอ่ยถามขึ้นมาประโยคเดียวว่า “ยังไม่ไปห้องโถงส่วนหน้ากันอีกหรือ?”
เยี่ยนหลินปิดกล่องกระบี่ ประสานมือคารวะเซี่ยเวย “จะไปเดี๋ยวนี้ขอรับ”
เซี่ยเวยกวาดสายตาผ่านร่างทุกคน ยามเห็นเซียวซูยังไม่มีท่าทีอันใด ทว่ายามเห็นเซียวเยี่ยกลับหยุดชะงัก จากนั้นถึงเดินตามพ่อบ้านมุ่งไปยังห้องโถงส่วนหน้าก่อนบรรยากาศตึงเครียดที่อบอวลนอกเรือนชิ่งอวี๋ก่อนหน้านี้สลายไปไม่น้อย
เหยียนผิงอ๋องรีบฉวยโอกาสหัวเราะออกมาทันที “วันมงคลเช่นนี้ ไยทุกคนต้องอารมณ์ร้ายขนาดนี้ด้วยเล่า? เรื่องเล็กน้อยน่า เรื่องเล็กน้อยไป ๆ ไปห้องโถงส่วนหน้ากัน ไม่กล้าให้เซี่ยเซียนเซิงกับแขกเหรื่อจำนวนมากขนาดนั้นรอนานได้หรอก”
เซียวเยี่ยแค่นเสียงหนัก ๆ คราหนึ่ง ยิ้มหยันแล้วหมุนกายจากไป
แม้เซียวซ