ูจะมีสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็เหมือนไม่มีเจตนาจะเอาความเช่นกัน เพียงค้อมกายคล้ายแสดงการคารวะแก่เยี่ยนหลินทีหนึ่ง ก่อนจะเดินไปพร้อมกับเซียวเยี่ย
เมื่อได้เสียงหัวเราะของเหยียนผิงอ๋องช่วยคลายบรรยากาศ กอปรกับสองพี่น้องตระกูลเซียวจากไปแล้ว ในที่สุดทุกคนก็ผ่อนคลายลงได้เสียที ทยอยกันเดินทางไปยังห้องโถงส่วนหน้า
เยี่ยนหลินอยู่รั้งท้าย เจียงเสวี่ยหนิงเดินอยู่เบื้องหน้า
เพียงแต่ครั้นเห็นว่านางกำลังจะไปจากเรือนชิ่งอวี๋ ทันใดนั้นก็ส่งเสียงเรียกเบา ๆ “หนิงหนิง”
เจียงเสวี่ยหนิงร่างสะท้านเล็กน้อย ฝีเท้าหยุดชะงักเช่นกัน
นางหันกลับมามองเขา
หนุ่มน้อยมองไปยังทุกคนที่อยู่เบื้องหน้าไกลๆ ผาดหนึ่ง จากนั้นถึงเดินมาถึงตรงหน้านางพร้อมส่งยิ้มให้ ชักฝั่ามือที่ซ่อนไว้ทางด้านหลังออกมา ก่อนสะบัดมือ เหวี่ยงถุงผ้าแพรหนักอึ้งซึ่งบรรจุอะไรบางอย่างไว้ให้นาง “ให้เจ้า”
เจียงเสวี่ยหนิงยื่นมือรับตามสัญชาตญาณ
เหยียนผิงอ๋องซึ่งเดินอยู่ข้างหน้าพลันพบว่าขาดไปคนหนึ่ง จึงอดหันกลับมาดูไม่ได้ ตะโกนเรียกเขามาแต่ไกล “เยี่ยนหลิน มัวทำอะไรอยู่?”
เยี่ยนหลินเงยศีรษะ “มาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เขาก้มหน้ามองเจียงเสวี่ยหนิงด้วยมุมปากหยักยก เพียงแต่ระคนความเจ็บปวดรวดร้าวเบาบางราวเมฆหมอกชั้นหนึ่ง จากนั้นก็สลายไปในชั่วพริบตา กล่าวกับนางเบา ๆ ว่า “น่าเสียดายที่ฤดูกาลนี้ไม่มีข้าวหัวไก่แล้ว”
ครั้นพูดจบก็เดินไปข้างหน้า ติดตามพวกเหยียนผิงอ๋องไปก่อน
เจียงเสวี่ยห