นิงยืนอยู่ที่เดิม แกะถุงผ้าแพรเบาๆ
ภายในนั้นบรรจุถุงเมล็ดสนคั่วซึ่งปอกเปลือกเรียบร้อยขนาดเล็กถุงหนึ่ง
เหมือนเมื่อก่อน
นางคล้ายมองเห็นหนุ่มน้อยในสมัยนั้นกระโดดลงมาจากกำแพงสูงภายในลานเรือนจวนตระกูลเจียง นั่งเหยียดขายาวบนหน้าต่างห้องนางด้วยท่าทางลอยชาย วางถุงขนาดเล็กซึ่งบรรจุเมล็ดสนที่ปอกเปลือกแล้วลงตรงหน้านางด้วยสีหน้าผ่อนคลายและท่าทางคึกคักกระปรี้กระเปร่าอีกคราเมื่อเงยศีรษะมองเบื้องหน้า แผ่นหลังของหนุ่มน้อยยังคงเหยียดตรง ทว่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเหล่านั้นกลับทวีความหนักแน่นอันแสนหนักอึ้งขึ้นมาหลายส่วน
เจียงเสวี่ยหนิงอดถอนหายใจผะแผ่วไม่ได้สุดท้ายก็หัวเราะโดยไม่ทราบสาเหตุ
ขอบฟั้ามีหมู่เมฆเคลื่อนคล้อยรวดเร็ว สายลมโชยพัดจนบังเกิดคลื่นในทะเลสาบอันสงบนิ่งขณะที่เกิดคลื่นนั้นเอง ปลาจิ่นหลีในสระก็ขึ้นมาจุมพิตผิวน้ำ
เหมือนว่าฝนกำลังจะตก
นางรัดถุงเมล็ดสนอย่างจริงจัง ก่อนจะเดินมุ่งไปยังโถงส่วนหน้า
*****
คนในศาลาริมน้ำส่วนใหญ่จากไปกันแล้ว
ยามท้องฟั้าเบื้องนอกเริ่มมืดครึ้ม ฝีเท้าของจางเจอกลับหยุดชะงัก รั้งอยู่ตรงหน้าราวระเบียงทอดสายตามองไปเบื้องนอก
เฉินอิ๋งเห็นเช่นนั้นก็อดหยุดเดินไม่ได้
ในความทรงจำของเฉินอิ๋ง หัวหน้าหน่วยย่อยซึ่งได้รับการโยกย้ายจากฝั่ายตรวจสอบภายในมาที่กรมอาญาผู้นี้ถือเป็นบุคคลที่พิสดารมากผู้หนึ่งไม่กระตือรือร้นจะคบค้าสมาคมกับขุนนาง แม้แต่งานเลี้ยงของเพื่อนร่วมงานที่มีไม่กี่ครั้ง