เขาก็ทำแค่มาโผล่หน้าค่าตาให้เห็นแล้วจากไป
ทำงานด้วยความจริงจังละเอียดรอบคอบ แต่กลับไม่หวังชื่อเสียงและผลประโยชน์
เวลาส่วนมากมักไม่พูดไม่จา มีเพียงยามสืบคดีหรือไต่สวนนักโทษเท่านั้นถึงจะเปล่งเสียงทว่าเวลาเอ่ยปากพูดก็ยังดูเงียบงันอยู่ดี คนเช่นนี้เฉกเช่นผืนสมุทรอันสงบราบเรียบ ทำให้คนรู้สึกว่าภายใต้ใบหน้าอันเฉยชาซ่อนเร้นอะไรเอาไว้หลายสิ่งหลายอย่าง แต่ก็เหมือนว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะปิดบัง เพียงแต่อาจเพราะไม่ชินกับการแสดงออกและไม่ยอมเปิดเผยเท่านั้นเอง
เสนาบดีเจิ้งแห่งกรมอาญาคนก่อนช่วยพูดแทนจวนหย่งอี้โหว เป็นเหตุให้ฝั่าบาทกริ้วจนมีพระราชโองการให้ออกจากราชการกลับคืนบ้านเกิดก่อนเวลา กู้ชุนฟางเสนาบดีกรมอาญาคนใหม่กำลังเดินทางมาเมืองหลวง อีกไม่นานจะมาถึงจากนั้นก็จะกลายเป็นผู้บังคับบัญชาคนใหม่ของทุกคน
ผู้ที่แนะนำจางเจอก็คือกู้ชุนฟางนี่เอง
เฉินอิ๋งแววตาลุกวาบเล็กน้อย ขบคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่านี่ช่างเป็นโอกาสอันดียิ่ง จึงหัวเราะแล้วเดินไปข้างกายจางเจอ เอ่ยว่า “หัวหน้าจางที่ยังไม่เดินไปเป็นเพราะกำลังชมดูอะไรอยู่หรือ?”
จางเจอเคลื่อนสายตากลับมามองเขา สีหน้าไร้ความกริ่งเกรงและความสนิทสนม ยังคงเฉยชาดังเดิม เพียงตอบกลับว่า “ฝนกำลังจะตกแล้ว”
เฉินอิ๋งรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
เขาอยากจะบอกว่า ก็แค่ฝนตกจะมีอะไรนักหนา ช่วงฤดูฝนบ๊วย[1]ที่เจียงหนานฝนตกทุกวันด้วยซ้ำ ทว่าแม้จะคิดเช่นนี้กลับพูดไปอีกอย่าง“