านนี้เอง เซียวซูก็ตวาดเสียงเย็น “เจ้าเงียบปากสักที!”
เซียวเยี่ยลมหายใจติดขัด สายตาเคียดแค้นทว่าสุดท้ายก็ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยถ้อยคำ
เซียวซูก้าวออกมา ยังคงรักษาความหนักแน่นได้เล็กน้อย เพียงแต่สีหน้าไม่ค่อยน่าดูชมนัก นางคารวะเยี่ยนหลินคราหนึ่ง และเอ่ยว่า “น้องชายหุนหันพลันแล่น พูดจาไม่ระมัดระวัง ทำให้เยี่ยนซื่อจื่อไม่สบอารมณ์ เซียวซูขอขมาท่านตรงนี้ ได้ยินว่าท่านพี่ติ้งเฟยฉลาดหลักแหลม ความรู้ความสามารถเหนือผู้ใด อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ผ่านมายี่สิบปีแล้ว ท่านพ่อไม่มีครั้งใดที่ไม่ทอดถอนใจด้วยความเศร้าโศก คนได้จากไปแล้ว เรื่องราวอดีตยากจะหวนคืน เหตุใดวันนี้เยี่ยนซื่อจื่อถึงนำมากล่าวบีบคั้นผู้คนเยี่ยงนี้เล่า?”
เยี่ยนหลินมองเซียวซู เพียงเดินไปหน้าราวระเบียงเพื่อเก็บกระบี่ซึ่งทั้งดุดันและเยียบเย็นเล่มนั้นกลับลงกล่อง ก่อนจะว่าเรียบ ๆ “นั่นสิสุดท้ายคนก็จากไปแล้ว เรื่องราวในอดีตยากจะหวนคืน หากบุคคลเช่นนี้โชคดีมีชีวิตอยู่ต่อไปคงเป็นเรื่องน่ากลัวยิ่งนัก และทำให้หลายคนอกสั่นขวัญแขวน ยากจะข่มตาหลับยามค่ำคืนได้แน่”——————–1. เปินกงจื่อ เป็นคำแทนตัวของคุณชายแปลว่าตัวข้าผู้เป็นคุณชาย