ก็อดหัวเราะพรวดไม่ได้ เป็นฝั่ายยื่นจอกสุราของตนออกไปชนจอกของนางเบา ๆ แล้วพูดว่า “ถ้าเจ้านึกไม่ออก เช่นนั้นเปลี่ยนให้ข้าเป็นฝั่ายอวยพรเจ้าแทนก็แล้วกัน”
เจียงเสวี่ยหนิงมองเขาอึ้ง ๆ
หนุ่มน้อยจับจ้องนาง กล่าวอย่างจริงจังยิ่งนัก“ขอให้จันทร์กระจ่างอยู่ข้างกาย สายลมอยู่เคียงข้าง ความทุกข์ระทมในใจสลายสิ้น เภทภัยทั้งหลายหากกล้ำกรายจงอย่าแผ้วพาน”
พูดจบก็เงยศีรษะดื่มสุราภายในจอกรวดเดียวหมด
ทุกคนส่งเสียงโห่ร้องชมเชย ดื่มสุราในมือจนเกลี้ยงเช่นกันเจียงเสวี่ยหนิงละล้าละลังอยู่ครู่หนึ่ง
เยี่ยนหลินวางจอกสุราแล้วมองนาง นางถึงรู้สึกว่าวันนี้ดวงใจถูกสุราอันร้อนแรงซึมซาบจนร้าวระทมยิ่งนัก จึงแหงนศีรษะดื่มรวดเดียวหมดจอก ดวงตาทั้งสองข้างวับวาวด้วยประกายน้ำงามผุดผาดน่าลุ่มหลง
วันนี้เยี่ยนหลินเป็นเจ้าภาพ ทุกคนจึงเอาแต่รายล้อมสนทนาและดื่มสุราร่วมกับเยี่ยนหลิน
เซียวเยี่ยเองก็ถือกำเนิดในจวนติ้งกั๋วกง จึงมีชาติกำเนิดไม่ด้อยไปกว่าเยี่ยนหลิน แต่หลังจากนั่งลงแล้วกลับไม่มีผู้ใดสนใจไยดี ทำให้ยิ่งนั่งยิ่งอึดอัด เขาวางจอกสุราทันใด จากนั้นก็ลุกขึ้นมองสำรวจลานหน้าเรือนชิ่งอวี๋แห่งนี้ไปทั่ว
กล่องกระบี่ที่เจียงเสวี่ยหนิงมอบให้เยี่ยนหลินก่อนหน้านี้วางอยู่ด้านข้าง
เมื่อเขาเดินไปถึงก็มองเห็นเข้าพอดี ด้วยความสงสัยใคร่รู้จึงหยิบกระบี่มาชูขึ้นมองใต้แสงอาทิตย์ ก่อนจะอดส่ายหน้าไม่ได้ “กระบี่เล่มนี้ดูแล้วก็ออกจะธรรมดาเกิน หนักมือไ