นนี้”มีวันนี้ทุกปี มีทุกปีเช่นวันนี้
สำหรับผู้อื่นที่ได้ยินล้วนรู้สึกว่านี่คือการอวยพรให้เยี่ยนหลินอายุมั่นขวัญยืน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเจียงเสวี่ยหนิงได้ยินกลับรู้สึกระคายหูเป็นพิเศษ ชั่วพริบตาที่ได้ยินเซียวซูเอ่ยไม่กี่คำนี้ สีหน้านางก็แปรเปลี่ยนในบัดดลสายตาพลันคมปลาบขึ้นเล็กน้อย ทอดสายตามองไปทางเซียวซู
เซียวซูยิ้มบางที่มุมปาก คล้ายกล่าวถ้อยคำนี้ด้วยความจริงใจโดยแท้
เจียงเสวี่ยหนิงจึงตัดสินไม่ได้ว่านางไร้เจตนาหรือว่ามีเจตนากันแน่
เยี่ยนหลินนั่งอยู่ฝังตรงข้ามเจียงเสวี่ยหนิงครั้นได้ยินก็เงยศีรษะมองเซียวซู สีหน้ามิได้แปรเปลี่ยน แสดงความหนักแน่นที่อยู่เหนืออายุอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งว่ายังกล่าวขอบคุณเสียด้วยซ้ำ “ได้รับคำอวยพรจากคุณหนูใหญ่ เยี่ยนหลินสมควรจะจดจำเอาไว้ตราบนานเท่านาน”
เซียวซูเอ่ย “เกรงใจแล้ว”
เยี่ยนหลินหันกลับไปมองเจียงเสวี่ยหนิงสายตาเรียบเฉยเมื่อสักครู่อ่อนโยนลงมาก “เจ้าล่ะ จะอวยพรอะไรให้ข้า?”เจียงเสวี่ยหนิงคิดไม่ถึงว่าเยี่ยนหลินจะเป็นฝั่ายเอ่ยปากกับนางก่อน ยังคิดอยู่เลยว่า ในเมื่อมีผู้ที่อยู่ในงานมากเช่นนี้ คงไม่ถึงขั้นต้องพูดกันทุกคน ตัวนางเพียงร่วมเออออกับทุกคนให้มันผ่านๆ ไปก็พอแล้ว
คราวนี้เมื่อถูกเยี่ยนหลินขานชื่อ ทุกคนจึงต่างมองมาที่นาง
นางอ้าปาก ทว่าสมองกลับขาวโพลนไปหมด
เยี่ยนหลินเห็นนางยืนถือจอกสุราด้วยนิ้วมืออันเรียวยาวนิ่งอยู่กลางงาน ทั้งมีท่าทางไม่รู้ว่าจะพูดอะไร