ตรงประตูมีนางกำนัลคอยยืนรอรับใช้อย่างสงบนิ่ง
ขณะที่เจียงเสวี่ยหนิงมุ่งไป นางกำนัลซึ่งยืนอยู่นอกประตูก็มองเห็น ค้อมกายคารวะนางคราหนึ่งและพลันเอ่ยปากถามว่า “คุณหนูรองเจียงคงมาหาคุณหนูใหญ่เซียวสินะเจ้าคะ? คุณหนูของพวกเรากำลังรอท่านอยู่เจ้าค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงเลิกคิ้วด้วยความหลากใจทันใด
ช่างเหนือความคาดหมายเสียจริง
นางมองนางกำนัลผู้นั้นแวบหนึ่ง ไม่ได้เอ่ยอะไร
นางกำนัลไม่กล่าวให้มากความเช่นกัน ก้าวไปผลักเปิดประตูพร้อมเชิญนางเข้าไปเจียงเสวี่ยหนิงจึงเดินเข้าไปข้างใน
การจัดตกแต่งของห้องนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าห้องของนางเท่าใดนัก มีสิ่งที่บุตรหลานตระกูลใหญ่พึงมีทุกแห่งหน ดูเหมือนไม่ได้หรูหรา ทว่ากระทั่งตรงมุมห้องยังวางแจกันที่ลงสีลายครามของฟั้าหลังฝนด้วย
นางกำนัลคอยยืนปรนนิบัติฝนหมึกและส่งมอบพู่กัน
เซียวซูสวมชุดกระโปรงหลิวเซียน[1]สีม่วงอ่อน มือข้างหนึ่งรวบชายแขนเสื้อขึ้น ส่วนมืออีกข้างถือพู่กัน กำลังวาดภาพ ภูผาตั้งประจัน ณ ริมฝังทั้งสองของมหานทีซึ่งไหลโกรก ต้นสนโบราณตั้งตระหง่านโดดเด่นบนหน้าผาสูง เรือน้อยอันโดดเดี่ยวลอยล่อง เห็นเป็นเพียงเงาอันเลือนรางที่กำลังค่อย ๆ เลือนหายจนสุดสายธาร
มุมมองความคิดกลับไม่คับแคบเลย
สตรีอื่นไม่ว่าจะเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่หรือว่าบุตรีจากตระกูลเล็ก ๆ ส่วนใหญ่จะชอบวาดพวกสกุณา บุปผา หรือไม่ก็แสดงความรู้สึกนึกคิดของสตรีที่อยู่แต่ในหอห้อง แต่กระนั้นเห็นชัดว่าเซียวซูหาได้ช