ื่นชอบเช่นนั้นไม่ นางชอบวาดขุนเขาและสายน้ำมากกว่า ทั้งยังมีรูปแบบที่กว้างขวางและยิ่งใหญ่กว่าด้วย
บางทีนี่อาจเป็นความรู้สึกที่นางอยากแสดงให้ผู้อื่นเห็นก็เป็นได้
ขณะเจียงเสวี่ยหนิงเดินเข้ามา ปลายพู่กันของนางกำลังแต่งแต้มเงาเรืออันโดดเดี่ยวลำนั้นอยู่พอดี ครั้นช้อนดวงตาขึ้นมาเห็นเจียงเสวี่ยหนิงก็คลี่ยิ้ม “ข้ารู้อยู่แล้วว่าคุณหนูรองเจียงต้องมาหาข้า เพียงแต่มาเร็วกว่าที่ข้านึกเอาไว้มากนัก”
นางวางพู่กันระหว่างกำลังกล่าวคำ
ก่อนจะโบกมือบอกให้นางกำนัลซึ่งคอยยืนปรนนิบัติฝนหมึกและถือส่งมอบพู่กันออกไปเสีย
ภายในห้องจึงเหลือเพียงพวกนางสองคนเจียงเสวี่ยหนิงรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเซียวซูหาใช่ผู้ที่มีนิสัยเป็นมิตรไม่ ครั้นได้ยินจึงไม่ประหลาดใจเพียงพูดว่า “เช่นนั้นดูท่าข้าคงอยู่เหนือความคาดหมายคุณหนูใหญ่เซียวมากกระมัง”
เซียวซูผงกศีรษะ “ใช่แค่เหนือความคาดหมายที่ไหนกันเล่า ถึงขั้นนับถืออยู่บ้างด้วยซ้ำไป”
เจียงเสวี่ยหนิงเอ่ย “หมายถึงเรื่องตรวจค้นเรือนหยางจื่อน่ะหรือ?”
เซียวซูยิ้ม “คุณหนูรองเจียงเป็นคนฉลาด”
เจียงเสวี่ยหนิงแค่นหัวเราะเสียงขึ้นจมูกทีหนึ่ง ไม่อยากมัวพูดอ้อมค้อมไร้สาระ นางวางถุงเครื่องหอมถุงนั้นลงบนโต๊ะทันที “ถุงเครื่องหอมที่ท่านคืนให้เมื่อวานเป็นของข้าจริง เพียงแต่สถานที่ที่ท่านเก็บได้ น่าจะไม่ใช่สถานที่เดียวกับที่ข้าทำหล่น”
เซียวซูกลับบอกว่า “ข้ารู้”
เจียงเสวี่ยหนิงพลันเลิกคิ้ว
เซียวซูเงียบงัน