ดวงตาเป็นประกายวาบเล็กน้อย ยกมือขึ้นเพื่อส่งถุงเครื่องหอมไปให้นาง “เมื่อครู่เก็บของได้จากข้างนอกชิ้นหนึ่ง เห็นแล้วรู้สึกคุ้นตาอยู่บ้าง เป็นของคุณหนูรองเจียงใช่หรือไม่?”
เจียงเสวี่ยหนิงนิ่งอึ้ง เคลื่อนสายตาขึ้นมอง
ถุงเครื่องหอมที่ห้อยอยู่บนนิ้วมือเซียวซูนั้นคือถุงเครื่องหอมซึ่งโหยวฟางอิ๋นเคยเย็บให้เจียงเสวี่ยหนิง โดยผ้าที่ใช้เป็นผ้าไหมซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงไหมมอบให้มาหลังจากทำการค้าสำเร็จเป็นครั้งแรก ดอกโบตั๋นสีน้ำเงินเข้มมีเอกลักษณ์เฉพาะยิ่งนัก นับเป็นถุงหอมที่งดงามมากนางมองตรงเอวตนเอง ไม่รู้ว่ามันว่างเปล่าไปตั้งแต่เมื่อไร
นางเลิกคิ้วเล็กน้อย รับถุงเครื่องหอมมาจากมือเซียวซู ไม่ได้แสดงความขอบคุณอะไรใหญ่โตยังคงมีท่าทีเย็นชาเล็กน้อย กล่าวอย่างเรียบเฉยออกมาว่า “เป็นของข้า ไม่ทราบว่าหล่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รบกวนแล้ว”
ขอบถุงเครื่องหอมไม่รู้ว่าถูกสิ่งใดเกี่ยวจนเป็นรอย เกิดเป็นขุยขึ้นเล็กน้อย
เจียงเสวี่ยหนิงเห็นแล้วก็รู้สึกปวดใจอยู่บ้างนางลูบไล้เบา ๆ หนหนึ่ง จากนั้นจึงย่นหัวคิ้วพลางแขวนกลับไปที่เอวเซียวซูมองประเมินสีหน้าและสำรวจการกระทำของนางอย่างสงบ สัมผัสได้ไม่ยากว่านั่นคือความเฉยชาที่ไม่อยากสนทนากับตนไปมากกว่านี้ ทั้งยังมีความเยือกเย็นไม่สะทกสะท้านเป็นอย่างยิ่งด้วย
โหยวเย่ว์มองจากทางด้านหลัง รู้สึกงุนงงเล็กน้อย
ทว่าเมื่อเหยาซีเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้ กลับใจเต้นดั่งรัวกลองจนแทบจะขาอ่อนยืนไม