ี่นางกำลังก้มกายด้วยความรีบร้อนกลับเผลอชนกิ่งต้นเหมย ทำให้ต้นเหมยสั่นสะเทือนทันใด กิ่งกระแทกกันจนบังเกิดเสียง
“ผู้ใดอยู่ตรงนั้น!”
เซียวไทเฮาหันกลับไปมองสถานที่ซึ่งอยู่ห่างลิบ ๆ เห็นเพียงเหมยต้นหนึ่งกำลังโยกไหว นางจึงตวาดตามสัญชาตญาณ!
เหยาซีรู้ทันทีว่าตนเผยร่องรอยเสียแล้ว นางจึงชักเท้าวิ่งตาลีตาเหลือกไม่สนใจเส้นทาง
เพียงแต่ยามความหวาดกลัวพุ่งถึงขีดสุดความคิดร้ายกาจก็ไหลพรั่งพรูดวงตานางฉายประกายอำมหิต บังเกิดความคิดวูบหนึ่ง พลันสอดมือเข้าไปในแขนเสื้อคลำหาถุงเครื่องหอมที่เพิ่งเก็บได้ขว้างลงพื้นทันทีก่อนจะออกไปจากอุทยานเหมยอย่างเร็วรี่ วนด้านนอกรอบหนึ่ง จากนั้นถึงกลับไปยังงานเลี้ยงชมเหมย
*****
วังหลวงมีพระชายาและสนมไปชมเหมยอย่างล้นหลาม ทั้งยังมีเซียวไทเฮาอยู่ เจียงเสวี่ยหนิงจึงไม่อยากจะไปร่วมสนุกด้วย
ภายในหอหลิวสุ่ย ฟางเมี่ยวถูกโจวเปั่าอิงลากตัวไปนั่งเดินหมากอยู่ทางนั้นนางจึงเดินเข้าไปหาและนั่งลงด้านข้างกะเทาะเปลือกถั่วลิสงที่นางกำนัลยกมาให้ไปพลาง มองดูทั้งสองคนประชันความสูงต่ำบนกระดานหมากไปพลาง
จวบจนฟั้ามืด บรรดาผู้ที่ไปชมดอกเหมยถึงได้กลับมา
เมื่อเห็นมีผู้กำลังเดินหมากอยู่ในหอหลิวสุ่ยทุกคนจึงเดินเข้ามาใกล้ ใคร่จะดูเสียหน่อยว่าตานี้โจวเปั่าอิงจะเอาชนะฟางเมี่ยวไปได้อีกสักกี่ตัว
เซียวซูอยู่ในหมู่พวกนางด้วย
ครั้นเห็นกองเปลือกถั่วลิสงที่เจียงเสวี่ยหนิงกะเทาะแล้วข้างมือ เซียวซูก็ยิ้มเรียบ ๆ