โจวอิ๋นจือทำงานในหน่วยงานพิพากษ์คดีหน่วยเช่นนี้แต่ไหนแต่ไรมามีคำที่คนพูดถึงอยู่ประโยคหนึ่ง นั่นคือ ‘พอเข้าที่ว่าการก็เหมือนถูกถลกหนัง’ เรื่องแบบนี้ในสมัยปกครองโดยคุณธรรมก็มีให้เห็นไม่น้อย ยามบ้านเมืองวุ่นวายยิ่งมีให้เห็นโดยทั่ว องครักษ์เสื้อแพรก่อให้เกิดเสียงก่นด่าด้วยความไม่พอใจไปทั่วราชสำนักมาตั้งนานแล้ว เรื่องประเภทนี้ยิ่งกระทำจนคุ้นชินและช่ำชอง เรียกได้ว่า ‘โดดเด่นในหมู่คน’
หากผู้กระทำผิดมีทรัพย์สินเงินทองทว่าไร้อำนาจก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ จับขังคุกสักเจ็ดวันก็ตระหนกตกใจจนขวัญผวาแล้ว คนในครอบครัวย่อมกังวลเป็นล้นพ้น ต้องพากันหอบเงินมาวิ่งเต้นตั้งแต่เบื้องบนจดเบื้องล่าง กลัวเพียงว่าบรรดาใต้เท้าในหน่วยงานพิพากษ์คดีทั้งหลายจะไม่รับ
นี่ถือว่ามีเมตตาแล้ว
หากใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต อีกหน่อยจะไม่สนใจเลยว่าเจ้าคือเจ้าทุกข์หรือผู้กระทำความผิดขอเพียงเจ้ามีส่วนพัวพันกับคดีความ ก็จะอ้างว่ามาจับกุมไปคุมขังเพื่อรอการไต่สวน ถึงตอนนั้นหากผู้กระทำผิดจะติดสินบนเจ้าหน้าที่ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่กระทั่งเจ้าทุกข์เองก็เกรงว่าจะต้องเสียทรัพย์มหาศาลเพื่อยุติเรื่องเหมือนกัน
หากไม่ให้เงิน เช่นนั้นก็ง่ายดาย
ขุนนางเลอะเลือนจะตัดสินคดีความอย่างเลอะเลือน ไม่ว่าเจ้าจะมีความผิดหรือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ต้องไปรับโทษทัณฑ์ทั้งสิ้น
วันนี้ตอนมาจากที่ว่าการ โจวอิ๋นจือก็ครุ่นคิดระหว่างทางว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะทำสิ่งใดกัน เมื่