อไปถึงโรงน้ำชาและได้เห็นเหตุการณ์ก็รู้สึกว่า แม้ทุกถ้อยคำของเจียงเสวี่ยหนิงจะเผยว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับโหยวฟางอิ๋น อีกทั้งยังคอยประคบประหงมดูแลโหยวเย่ว์ คล้ายทุกสิ่งที่กำลังพูดอยู่ล้วนทำเพื่อนาง ทว่าครั้นดูสีหน้าของ ‘เจ้าทุกข์’ผู้นี้แล้วกลับมิใช่เช่นนั้นเลย
เขาใช้ความคิดเพียงเล็กน้อยก็เดาออกว่านางอยากจัดการโหยวเย่ว์องครักษ์เสื้อแพรยามทำงานอยู่ข้างนอกไม่ควรทำเรื่องใหญ่โต มิหนำซ้ำเขาก็เพิ่งขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็นผู้คุมกองพัน จึงยังไม่กล้าแสดงท่าทีโน้มเอียงไปทางเจียงเสวี่ยหนิงอย่างเปิดเผย แต่กระนั้นก็ยังทำงานด้วยความชัดเจน เขาจับกุมคนโดยไม่สนใจสิ่งใดก่อน หลังจากนั้นจะจัดการเช่นไรก็แล้วแต่เจียงเสวี่ยหนิงสั่งการ
แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่า นางจะมีเจตนาเช่นนี้
พิณแพงเกินไป…
ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าเงินขาดมือ
โจวอิ๋นจือพยักหน้า ทั้งไม่ได้แสดงความประหลาดใจและยิ่งไม่พูดจาให้มากความ เพียงเอ่ยว่า “ข้าเข้าใจแล้ว”
สมัยก่อนเยี่ยนหลินมอบสิ่งของให้นางตั้งมากมาย แต่หากจะนำข้าวของเหล่านี้ออกขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินก็ต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เจียงเสวี่ยหนิงย่อมมีเงินในมือจำนวนหนึ่งอยู่แล้ว ทว่าเหตุการณ์จวนหย่งอี้โหวประสบเคราะห์ภัยเช่นนี้ต่อให้มีเงินมากพอจะทะลวงแผ่นฟั้าเกรงว่าคงยังไม่พอใช้อยู่ดี มิหนำซ้ำนางตั้งใจแล้วว่าจะต้องจัดการเรื่องนาเกลือและบ่อเกลือให้สำเร็จ หากมีเงินอยู่ในมือเพียงพอก็จะปั้องกันเหตุไม่คาดฝัน