และรับรองได้ว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น
ในเมื่อโหยวเย่ว์มาตกอยู่ในกำมือตน ก็ถือว่าฝั่ายนั้นดวงไม่ดีแล้ว
วันนี้ที่นางแสดงละครนั้น เดิมทีคาดไม่ถึงหรอกว่าโหยวฟางอิ๋นจะยอมเสี่ยงชีวิตมาปกปั้องตน ถึงกับเงื้อม้านั่งขึ้นมาคิดจะจัดการกับโหยวเย่ว์ หากยอมเลิกรากันเพียงแค่นี้และปล่อยให้โหยวเย่ว์พานางกลับจวน โหยวฟางอิ๋นต้องโดนทารุณแสนสาหัสเป็นแน่แท้
เจียงเสวี่ยหนิงไม่อยากนึกถึงเหตุการณ์แบบนั้นเลยจริง ๆ
และไม่กล้าคิดด้วย
ฉะนั้นนางจึงยอมแจ้งความและจับกุมคนเข้าคุกก่อน ให้โจวอิ๋นจือดูแลให้กินดีอยู่ดี ดีกว่ากลับจวนไปแล้วต้องโดนทรมาน ไม่ว่าอย่างไรก็ให้พ้นช่วงนี้ไปก่อน วันหลังค่อยขบคิดว่ามีหนทางใดบ้างที่จะหลีกหนีไปได้ตลอดกาล
เจียงเสวี่ยหนิงนวดหว่างคิ้วเบา ๆ พลางเอ่ยว่า “โหยวเย่ว์เองก็เป็นพระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิงใหญ่เล่อหยาง เมื่อได้หยุดพักครบสองวันแล้วก็ควรกลับวังหลวง เรื่องนี้เจ้าจงทำแต่พอดี อย่าให้เรื่องวุ่นวายใหญ่โตเกินไป ถึงอย่างไรตำแหน่งผู้คุมกองพันของเจ้าก็เพิ่งเป็นได้ไม่นานต่อให้มีความชอบจากการแทรกซึมเข้าไปสืบคดีที่จวนหย่งอี้โหวจนพบว่าพวกเขาคบคิดกับกบฏผิงหนานอ๋อง แต่ขณะเดียวกันคดีนี้ก็ทำให้ตัวเจ้าเองโดดเด่นมาก หากมีคนเห็นเป็นหนามตำตาเข้าจะไม่ดีเอา”
รูม่านตาโจวอิ๋นจือหดแคบทันที
เจียงเสวี่ยหนิงยังคงมีท่าทางปกติประหนึ่งไม่ได้พูดอะไร กล่าวต่อไปว่า “ช่วงหลายวันมานี้ข้าอยู่แต่ในวังหลวง ทำให้ไม่ค่