เหตุการณ์ภายในโรงน้ำชาพลันอึกทึกครึกโครม
คนหนึ่งวิ่งไล่ ส่วนอีกคนวิ่งหนี
คนที่วิ่งไล่ตามดวงตาสองข้างซ่อนงำเพลิงโทสะอันเย็นเยียบ นางไม่เหลือท่าทางอ่อนแอถูกรังแกได้โดยง่ายที่มีอยู่แต่เดิมไปนานแล้ว ส่วนคนที่วิ่งหนีนั้นก็ยิ่งสภาพดูไม่จืด เผลอสะดุดขาโต๊ะล้มลงกับพื้นอีกต่างหาก
เด็กรับใช้ประจำโรงน้ำชาต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงเป็นอันมากกว่าจะแย่งม้านั่งตัวนั้นกลับคืนมาได้โหยวฟางอิ๋นแม้ปราศจากอาวุธแล้ว ทว่าก็ยังไม่ยอมเลิกราแต่โดยดี คว้าตัวโหยวเย่ว์ผู้อยู่ใกล้แค่ตรงหน้ามาทุบตี กระชากมวยผมที่จัดแต่งอย่างประณีตของอีกฝั่ายจนยุ่งเหยิง เครื่องประทิมโฉมซึ่งแต่งแต้มมางดงามพริ้มเพราลายพร้อยไปหมด แม้แต่ปินมุกประดับศีรษะยังถูกดึงทึ้งลงมา โหยวเย่ว์ทั้งเอะอะโวยวายทั้งร้องไห้ ไหนเลยจะยังหลงเหลือความยโสโอหังของคุณหนูจวนปั๋อที่เคยมี
ถังเอ๋อร์กับเหลียนเอ๋อร์กลัวว่าจะเกิดเรื่อง
เมื่อเจียงเสวี่ยหนิงเปล่งวาจาแล้วทั้งสองคนก็วิ่งเข้าไปหา คนหนึ่งอยู่ทางซ้าย อีกคนอยู่ทางขวา ต้องทุ่มเทกำลังไม่น้อยกว่าจะดึงโหยวฟางอิ๋นเอาไว้ได้ ก่อนรีบห้ามปราม “แม่นางฟางอิ๋นอย่าโกรธเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เลยอย่าวู่วามเลยนะเจ้าคะ!”
โหยวฟางอิ๋นสองตาแดงก่ำ แม้จะถูกดึงตัวไว้แต่ร่างกายยังสั่นเทิ้มไม่หยุด คล้ายไม่ได้ยินคำพูดของถังเอ๋อร์กับเหลียนเอ๋อร์ จับจ้องโหยวเย่ว์ที่ล้มกระแทกพื้นเขม็ง “เจ้าลองแตะต้องคุณหนูรองอีกทีสิ!”
โหยวเย่ว์ตกใจจน