ขวัญกระเจิงมาตั้งแต่แรกยังอกสั่นขวัญแขวนไม่หาย
เจียงเสวี่ยหนิงมองดูภาพเหตุการณ์นี้ มุมปากซึ่งเมื่อครู่ยังยกขึ้นเล็กน้อยกลับค่อย ๆ ลดต่ำพลันรู้สึกรวดร้าวใจอย่างบอกไม่ถูก แม่นางผู้โง่เขลาผู้นี้ถึงกับยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยนาง
บัดนี้สาวใช้ซึ่งคอยปรนนิบัติรับใช้ข้างกายโหยวเย่ว์ถึงค่อยรู้สึกตัว รีบเข้ามาพยุงคุณหนูของตน ถามปนสะอื้นว่า “คุณหนู ท่านไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ?”
โหยวเย่ว์ลุกขึ้นตัวสั่นงันงก
แต่นางกลัวว่าโหยวฟางอิ๋นยังอาละวาดไม่จบจึงไม่กล้าเข้าใกล้อีกฝั่าย เพียงถอยกลับไปยังมุมโต๊ะด้านข้าง พูดเสียงสั่นว่า “ต่อต้านเสียแล้วต่อต้านเสียแล้ว ข้าว่าเจ้าคงลืมแม้กระทั่งตนเองแซ่อะไรแล้วสินะ!”ท่าทางเช่นนี้เห็นชัดว่าเปลือกนอกดุร้ายภายในขี้ขลาด แข็งนอกอ่อนใน
เมื่อเจียงเสวี่ยหนิงเห็นนางหน้าซีดเผือด สองขายังคงสั่นระริก ก็รู้แล้วว่าเป็นพวกหมอนปักลายดอกไม้[1] ตอนนี้แค่กล่าววาจาดุร้ายเพื่อรักษาหน้าเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หากปล่อยให้กลับจวน…
โหยวเย่ว์เป็นพวกลู่ตามลม รังแกผู้อ่อนแอแต่หวาดกลัวผู้แข็งแกร่งกว่า คราวนี้คงถูกโหยวฟางอิ๋นทำเอาตื่นตระหนกจนมึนงง แต่หากกลับจวนซึ่งทั้งตลอดเบื้องบนจนเบื้องล่างต่างเชื่อฟังนาง หากได้สติคืนกลับมา เกรงว่าคงไม่มีทางละเว้นโหยวฟางอิ๋นโดยง่าย
ด้วยเหตุนี้โหยวฟางอิ๋นจึงไม่อาจกลับไป
เจียงเสวี่ยหนิงใช้สมองเร็วรี่ ความคิดอันอุกอาจอย่างหนึ่งพลันผุดออกมา มิหนำซ้ำยังค่อย ๆก่อตัวเป็