นรูปเป็นร่าง
โหยวเย่ว์เอ่ยไปพลางจับจ้องสายตาน่าหวาดหวั่นของโหยวฟางอิ๋นไปพลาง รู้สึกอกสั่นขวัญแขวน กลัวเป็นอย่างยิ่งว่าหากพูดมากไปกว่านี้จะกลายเป็นกระตุ้นให้อีกฝั่ายดุร้ายกว่าเดิมจึงรีบหันหัวหอกเปลี่ยนไปเล็งเจียงเสวี่ยหนิงแทน“ต่อให้เป็นพระสหายร่วมศึกษาภายในวังหลวงร่วมกันมาราวสิบวัน แต่ข้าดูไม่ออกเลยนะว่าเจ้ามันคนถ่อยไร้ยางอาย ทำเรื่องชั่วช้าน่ารังเกียจถึงเพียงนี้!”
เจียงเสวี่ยหนิงยังคงใช้มือทาบหน้าอก “ไยเจ้าถึงพูดจาใส่ความผู้อื่นเช่นนี้เล่า…”
เมื่อโหยวเย่ว์เห็นนางเสแสร้ง เพลิงโทสะพลันพวยพุ่งถึงศีรษะ ชี้หน้าด่าทอ “เป็นปีศาจจิ้งจอกพันปีเหมือนกันแท้ ๆ ยังจะมาเสแสร้งต่อหน้าข้าทำไมอีก? ใช้ลูกไม้เดียวกันมาหลอกให้คนอื่นหลงกลซ้ำสอง จะเปลี่ยนสักหน่อยก็ไม่เปลี่ยน เจ้าไม่เบื่อบ้างหรือไร?”
เจียงเสวี่ยหนิงชำเลืองมองนาง สายตาพลันแปลกประหลาด
พอฟังโหยวเย่ว์กล่าวเช่นนี้ก็รู้สึกว่าตนต้องเปลี่ยนลูกเล่นแล้วงั้นสิ
ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนไม่ได้นะ…
ขณะคำพูดเพิ่งหลุดจากปาก โหยวเย่ว์ยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติอันใด ก็แค่ด่าทอเจียงเสวี่ยหนิงเพื่อระบายความโกรธ แต่เมื่อช้อนตาขึ้นมาเห็นสายตาที่เจียงเสวี่ยหนิงกำลังมองสำรวจตนราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่างก็รู้สึกถึงไอเย็นสายหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นมาจากปลายเท้า
ครั้นได้สติก็แทบอยากตบปากตัวเองสักสองฉาด!
ทึ่มทื่อหรือไรถึงได้มาพูดเรื่องนี้กับเจียงเสวี่ยหนิง! จะให้วันหน้านางเปลี่ยนวิธี