การกลั่นแกล้งตนอีกกระนั้นหรือ?!
เมื่อโหยวฟางอิ๋นเห็นโหยวเย่ว์กระทำการกำเริบเสิบสานกับเจียงเสวี่ยหนิงถึงเพียงนี้ ความขุ่นเคืองซึ่งเพิ่งจะสะกดกลั้นลงไปได้ก็พุ่งพรวดอีกรอบ ขยับร่างกายหมายจะเข้าไปทำอะไรบางอย่าง
คิดไม่ถึงว่าเจียงเสวี่ยหนิงกลับกดมือนางไว้เบา ๆโหยวฟางอิ๋นชะงักงันทันที ไม่กล้าขยับเขยื้อนอีก เกรงว่าจะเผลอทำร้ายอีกฝั่ายด้วยความวู่วามของตนเอง ขณะเดียวกันก็เงยศีรษะขึ้นมองด้วยความฉงนสนเท่ห์หน่อย ๆ
เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้เบือนศีรษะกลับไปนัยน์ตาหลุบลงเล็กน้อย แพขนตากระเพื่อมไหวนางถอนหายใจเบา ๆ ด้วยท่าทางขวัญอ่อนกลัวว่าจะมีเรื่อง “ขอคุณหนูรองโหยวโปรดระงับโทสะด้วยเถิด วันนี้เสวี่ยหนิงไม่ได้เจตนา เพียงผ่านทางเข้ามาพักเท้าที่โรงน้ำชาแห่งนี้เท่านั้นไหนเลยจะคิดว่าจะได้พบท่านโดยบังเอิญเช่นนี้?ท่านเข้าใจผิดว่าข้าไม่ให้เกียรติท่าน ท่านถึงได้ลงไม้ลงมือกับข้า แต่ตัวข้าเองไม่คิดจะสู้กลับแม้แต่น้อย ต้องโทษโหยวฟางอิ๋นผู้นี้ทั้งสิ้น!”
ต้นประโยคนางยังพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพอถึงท้ายประโยคเสียงกลับเน้นหนักขึ้นมา
โหยวเย่ว์นิ่งอึ้ง ไม่ทันได้สติ มีสีหน้างุนงง
โหยวฟางอิ๋นเองก็มองเจียงเสวี่ยหนิงอย่างแปลกใจยิ่ง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางต้องกล่าวเช่นนี้อย่างไรก็ตาม ครู่ต่อมานางรู้สึกได้ว่ามือของเจียงเสวี่ยหนิงข้างที่กุมมือตนอยู่ออกแรงบีบเล็กน้อยคล้ายลอบบอกเป็นนัยบางอย่าง
ต่อมามือข้างนี้ก็ดึงกลับไป
เจียงเสวี่ยห