ารณ์ตามวัยคู่นั้นขึ้นมา มองบุตรีซึ่งตนมอบความรักใคร่เอ็นดูให้มาตลอด แล้วย้อนระลึกถึงต้นสายปลายเหตุทั้งหมดที่ตนสั่งให้คนไปสืบมาก่อนหน้านี้
เขาต่างหากที่ไม่กล้าเชื่อ
ยามนี้เขาไม่ตอบเหยาซี กลับถามนางว่า“ตอนเจ้าอยู่ในวังเคยพูดอะไร คิดจะทำอะไรตอนนี้ลืมเสียเองแล้วหรือ?”
เหยาซีไม่เข้าใจ “อะไรนะเจ้าคะ?”
นับตั้งแต่เหยาชิ่งอวี๋เห็นจดหมายฉบับนี้ก็พยายามระงับความขุ่นเคืองมาตลอด สุดท้ายก็ระเบิดจนได้ เขาตบโต๊ะปัง ลุกพรวดถามเสียงดังลั่น “ทีแรกตอนที่อยากให้จางเจอถอนหมั้น เจ้าร่วมวางแผนกับผู้อื่นในวังหลวง คิดจะทำลายชื่อเสียงอันดีงามของเขาใช่หรือไม่?!”
เหยาซีไม่เคยเห็นบิดามีโทสะเช่นนี้มาก่อน
นางไม่ทันรู้สึกตัวไปชั่วขณะ ถามด้วยท่าทางอึ้ง ๆ “ท่านพ่อทราบได้อย่างไร…”
เหยาชิ่งอวี๋ได้ยินประโยคนี้ของนางก็เกือบห้ามใจไม่อยู่ อยากเงื้อฝั่ามือตบหน้านางสักฉาด!
แต่ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นบุตรีคนเล็กผู้เป็นแก้วตาดวงใจมือที่เงื้อขึ้นสูงข้างนั้นสุดท้ายก็ไม่ได้ฟาดลงไปกลับขว้างที่ทับกระดาษบนโต๊ะแทน เขาโมโหเสียจนน้ำเสียงเปลี่ยน “ข้าเลี้ยงลูกสาวเช่นเจ้าออกมาได้อย่างไรนะ! จางเจอผู้นั้นเดิมก็เป็นคนที่ข้าตั้งใจเฟั้นหามาให้เจ้า เขาเป็นคนดีนิสัยหนักแน่น มีความอดทนอดกลั้น แม้ยามนี้ชื่อเสียงจะยังไม่เป็นที่ประจักษ์ แต่หากให้เวลาอีกสักระยะจะต้องมีผลงานอันยิ่งใหญ่แน่! เจ้ามันคนเลอะเลือน เรื่องที่เจ้าอยากถอนหมั้นเพราะเห็นเขาขัดสนน่ะยั