นอยู่หลายรอบตอนอยู่ในวังหลวง แต่ละเส้นแต่ละขีดล้วนคมชัดน้ำหนักพู่กันสม่ำเสมอ แรงกดพู่กันส่งไปถึงหลังแผ่นกระดาษ หนักแน่นเฉกเช่นตัวคนที่นางเคยเห็นในตำหนักฉือหนิงวันนั้น
แม้จดหมายจะเขียนถึงเหยาชิ่งอวี๋ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เมื่อนางเห็นตัวอักษรนี้กลับเต็มไปด้วยความเขินอาย รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว
พอสงบสติอารมณ์ได้ถึงค่อยมอง
ในจดหมาย จางเจอไต่ถามสารทุกข์สุกดิบของเหยาชิ่งอวี๋ก่อน ถัดมาก็สาธยายความเป็นมาของการหมั้นหมายระหว่างสองตระกูลอีกครั้งจากนั้นเอ่ยถึงความดีงามของคุณหนูตระกูลเหยาส่งผลให้เหยาซียิ่งอ่านก็ยิ่งขวยเขิน อดคิดไม่ได้ว่าคนผู้นี้ดูเหมือนแข็งกร้าวและเย็นชา แต่ในจดหมายกลับยังรู้จักประจบเอาใจ ทว่าความคิดนี้เพิ่งจะบังเกิด ตัวอักษรบรรทัดต่อมาก็กระโดดเข้าสู่ม่านจักษุ ทำให้สีหน้าปีติยินดีที่นางมีก่อนหน้านี้แข็งค้าง!
“เป็นไปได้อย่างไร…”
นางรีบอ่านตัวอักษรหลายบรรทัดนี้อีกสองรอบ ใบหน้าซึ่งเดิมทียังน่าดูชมกลับเหยเกเล็กน้อย ร่างกายสั่นระริก กำจดหมายแน่นอย่างไม่อยากจะเชื่อ“เหตุใดเขายังอยากจะถอนหมั้นอีก ท่านพ่อเหตุใดเขาถึงยังอยากจะถอนหมั้นอีกล่ะเจ้าคะ!”
เหยาซีน้ำตาคลอหน่วย รู้สึกเพียงว่าความเขินอายและความยินดีที่เคยมีกลายร่างเป็นฝั่ามือขนาดยักษ์ฟาดกระทบใบหน้าจนนางมึนงงไปหมด
กระทั่งว่าไม่อาจเก็บงำสีหน้าเอาไว้ได้
นางไม่อาจยอมรับ ได้แต่ซักถามเหยาชิ่งอวี๋ไม่หยุด
เหยาชิ่งอวี๋กลับช้อนดวงตาอันมากประสบก