องต้นเหมันต์ เรือนรูปแบบสี่ชั้นประตู[1]ของจวนเสนาบดีเหยาซึ่งตั้งอยู่ทางทิศบูรพาของเมืองดูงามสง่าและสงบเงียบ แม้ประตูด้านนอกจะปิดสนิท ทว่าบนระเบียงทางเดินซึ่งทอดยาวอยู่ภายในกลับมีร่างของสาวใช้และหญิงรับใช้กำลังเดินหัวร่อต่อกระซิกเป็นระยะ
เหยาซีที่ได้ยินคนมารายงานวิ่งกระโดดโลดเต้นด้วยความลิงโลดไปยังห้องอักษรของบิดาทั้งยังถึงขั้นเอ่ยถามด้วยความอดรนทนไม่ไหวโดยไม่รอให้คนเข้าไปแจ้งก่อน “ท่านพ่อ จางเจอใช้ให้คนส่งจดหมายมาใช่หรือไม่? เขียนอะไรบ้างหรือเจ้าคะ?”
ปีนี้เหยาชิ่งอวี๋อายุห้าสิบกว่าปีแล้ว เขามีเหยาซีเป็นบุตรีคนเล็กและยังเป็นบุตรีเพียงหนึ่งเดียว แต่ไหนแต่ไรมาก็รักใคร่ประดุจไข่มุกบนฝั่ามือ[2]ดังนั้นยามปกติต่อให้ทำสิ่งใดไม่เหมาะสมไปบ้าง ก็ไม่เคยมีผู้ใดตำหนิติเตียน
เมื่อเด็กรับใช้เห็นนางเข้าไปจึงไม่ได้แจ้งให้ทราบ
เหยาชิ่งอวี๋ขณะนี้นั่งอยู่หลังโต๊ะตำรา กำลังอ่านจดหมายที่เปิดแล้วฉบับนั้น ใบหน้าสูงวัยค่อย ๆ ปรากฏความบึ้งตึง
เหยาซีปกติได้รับการพะเน้าพะนอมาตลอดยิ่งยามนี้นางสนใจใคร่รู้เพียงข่าวคราวที่เกี่ยวพันถึงงานมงคลของตน ครั้นเข้ามาจึงไม่ได้สังเกตสีหน้าเหยาชิ่งอวี๋ มองผาดเดียวก็เห็นจดหมายที่เปิดแล้วฉบับนั้น ถึงรู้ว่าเหยาชิ่งอวี๋กำลังอ่านจดหมายอยู่
นางประชิดเข้าหาทันที “ลูกขออ่านด้วยเจ้าค่ะ!”
เหยาซีหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาสิ่งที่อยู่บนกระดาษขาวบริสุทธิ์คือลายมืออันคุ้นตาซึ่งเหยาซีเคยแอบอ่า