(2)ทั้งที่เป็นเพียงสายตาธรรมดา จางเจอในยามนี้อาจยังไม่รู้จักโจวอิ๋นจือผู้คุมกองพันองครักษ์เสื้อแพรที่เพิ่งจะขึ้นดำรงตำแหน่งได้ไม่นานด้วยซ้ำ แต่กระนั้นนางกลับรู้สึกถึงความทรมานและความรู้สึกผิดที่บังเกิดอย่างต่อเนื่อง…
โจวอิ๋นจือหาใช่คนดีอย่างไม่ต้องสงสัย
ชาติก่อนจางเจอรังเกียจที่นางคบหาคนพรรค์นี้ แต่ชาตินี้นางยังไม่อาจหลุดพ้นได้ชั่วคราว ในเมื่อยังต้องวนเวียนอยู่ในสมรภูมิอันดุเดือดก็จำต้องใช้งานคนเช่นนี้อยู่
โจวอิ๋นจือมองออกว่าสีหน้านางผิดปกติ จึงลอบประเมินสถานะของคนเมื่อสักครู่
เจียงเสวี่ยหนิงกลับผินหน้ามองเขาอย่างแช่มช้า
สายตานั้นดูเลื่อนลอยอยู่บ้าง ประหนึ่งมองเห็นอะไรบางอย่างผ่านตัวเขา สุดท้ายก็เผยความกลัดกลุ้มทุกข์ใจออกมาให้เห็นราง ๆ …
โจวอิ๋นจือไม่เคยปฏิเสธความงามของสตรีตรงหน้า เขารับรู้มาตั้งแต่สมัยยังอยู่บ้านนอกแล้ว
แต่นี่กลับเป็นครั้งแรก…เป็นครั้งแรกที่เขาหวั่นไหวกับสายตาชวนฉงนของนาง
เขาถาม “คุณหนูรอง มีอันใดหรือ?”
เจียงเสวี่ยหนิงกะพริบตา มองดูบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ในชุดเฟยอวี๋ผู้นี้ ขณะเอ่ยวาจาเนิบช้าประหนึ่งยังอยู่ในห้วงแห่งความฝัน “ข้าหวังจริงๆว่าวันหน้าเจ้าจะไม่ทำเรื่องที่เลวร้ายจนเกินไปหรือไม่ก็ทำแล้วช่วยปิดบังให้ดีเสียบ้าง อย่าทำให้ข้ารู้…”
โจวอิ๋นจือช้อนตามองนาง
แต่เจียงเสวี่ยหนิงกลับหลุบตา ยกมุมปากไม่กล่าวคำอีก นางหมุนกายเหยียบที่พักเท้าแล้วขึ้นรถม้าไป
*****
หลังยามอู่ข