วได้อินทรีถึงสองตัวที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว ครั้นเห็นโหยวเย่ว์หลงกล ไหนเลยจะยอมให้เป็ดต้มสุกอย่างนางหลุดลอยไป[1]
เจียงเสวี่ยหนิงไม่สนใจหรอกว่าโหยวเย่ว์จะคิดเช่นไร
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาอยู่ด้านข้างทันที“บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมือง หากโหยวฟางอิ๋นกระทำความผิดภายในบ้าน จวนปั๋อเป็นผู้จัดการย่อมไม่มีสิ่งใดผิด ทว่าหากกระทำผิดภายนอก ก็ต้องใช้กฎหมายบ้านเมืองมาจัดการสถานเบาคือการทะเลาะเบาะแว้ง ส่วนสถานหนักคือการพยายามฆ่านะ! แล้วจะยังไม่ร้ายแรงอีกได้อย่างไร?”“ไม่สิ สตรีอย่างเจ้านี่มันอย่างไรกันนะ?”
เฝิงเฉิงไม่รู้สถานะของเจียงเสวี่ยหนิง เมื่อรู้ว่าโหยวเย่ว์คือคุณหนูรองบุตรีภรรยาเอกแห่งจวนปั๋อ ก็นึกว่าโจวอิ๋นจือมาเพราะโหยวเย่ว์ไปโดยปริยาย นอกจากนี้องครักษ์เสื้อแพรมักไม่ใคร่จะสนใจเรื่องสัพเพเหระเช่นนี้อยู่แล้ว มีผู้ใดบ้างไม่อยากทำงานให้น้อยลง
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่ถูกชะตากับเจียงเสวี่ยหนิงเป็นอันมาก
เฝิงเฉิงพลันย่นหัวคิ้วจ้องนาง พูดเสียงดังโดยไม่รู้ตัว “เจ้าทุกข์บอกแล้วว่าไม่ถือสาหาความเรื่องนี้ คนอื่นเช่นเจ้ามาแหกปากโวยวายอะไร?”โหยวเย่ว์พลันเผยสีหน้ายินดี
เจียงเสวี่ยหนิงมองเขาอีกหน
เฝิงเฉิงรู้สึกว่าไฉนสตรีนางนี้ถึงทำตัวมากความนักนะ ปกติองครักษ์เสื้อแพรมักถืออำนาจบาตรใหญ่จนเคยชิน เขาจึงคิดจะตำหนิสั่งสอนนางต่อ คาดไม่ถึงว่ายามนี้พลันมีเสียงอันเรียบเย็นแว่วมาจากด้านหลัง “แล้วเจ้าน่ะแหกปากโวยวายอะไ