ง
โหยวฟางอิ๋นจึงยิ้มตอบ
ครั้นโจวอิ๋นจือเห็นคนจากไปไกลแล้ว ถึงหันหน้ากลับมามองเจียงเสวี่ยหนิง “หลายวันก่อนได้ยินว่าท่านจะหยุดพักทุกสิบวัน คนแซ่โจวจึงคิดจะหาโอกาสไปเยี่ยมคารวะแสดงความขอบคุณด้วยตนเอง นึกไม่ถึงว่าวันนี้กลับได้พบโดยบังเอิญทั้งยังได้ทุ่มเทแรงกายทำงานเล็กน้อยให้ท่านอย่างสุดความสามารถอีกด้วย เพียงแต่ไม่ทราบว่าเรื่องนี้คุณหนูคิดจะจัดการเช่นไรขอรับ?”
เจียงเสวี่ยหนิงเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ
นางยกถ้วยชาซึ่งยังดื่มไม่หมดของตนขึ้นมายิ้มน้อย ๆ เอ่ยว่า “โหยวฟางอิ๋นเป็นคนของข้าท่านผู้คุมกองพันจัดการตามสมควรก็พอ ส่วนจวนชิงหย่วนปั๋อแม้จะเสียอำนาจไปแล้ว แต่คนมักกล่าวกันว่า ต่อให้เรือผุพังก็ยังหลงเหลือตะปูอยู่สามส่วน[2] เฮ้อ วันนี้ขามาถูกใจพิณคันหนึ่งน่าเสียดายที่ราคาออกจะแพงไปสักหน่อย…”
ช่วงนี้เงินทองค่อนข้างขัดสน
——————–1. เป็ดต้มสุกต้องหลุดลอยไป เป็นสำนวนหมายถึงโอกาสหลุดมือ2. ต่อให้เรือผุพังก็ยังหลงเหลือตะปูอยู่สามส่วน หมายถึงต่อให้เลวร้ายสักเพียงใดก็ยังมีประโยชน์ให้ใช้สอยอยู่บ้าง