“ถึงจะไม่รู้ว่าเจ้าไปฟังข่าวมาจากที่ใด แต่ข้าส่งคนไปสืบมาแล้ว คนชื่อเหรินเหวยจื้อผู้นี้มีอยู่จริง ครอบครัวเขามีนาเกลือซึ่งดำเนินกิจการมานานหลายปีแล้วจริง ๆ เพียงแต่ปัจจุบันไม่มีเกลือออกมาแล้ว แม้แต่คนงานยังเหลือไม่กี่คน” ครั้นเห็นโรงเตี๊ยมสู่เซียงอยู่ในระยะสายตา โหยวเย่ว์ก็เริ่มสั่งการโหยวฟางอิ๋น “สถานะของข้าต่างจากเจ้า โรงเตี๊ยมสู่เซียงอะไรนี่ไม่รู้ว่าเป็นสถานที่สกปรกโสมมเช่นใด พอไปถึงแล้วข้าจะให้รถม้ารอด้านนอก ส่วนตัวข้าจะรอเจ้าอยู่ฝังตรงข้ามโรงเตี๊ยม เมื่อเจ้าเข้าไปในโรงเตี๊ยมแล้วจงสอบถามให้ชัดเจน อีกสักครู่ค่อยกลับมาหาข้าหากผู้อื่นถามถึงสถานะของข้า จงบอกว่าเจ้าแค่มาสืบข่าวคราว เบื้องหลังยังมีนายจ้างคนใหญ่คนโตอยู่ อย่าเสแสร้งทำตัวเป็นหมาปั่าหางโต[1]ต่อหน้าผู้อื่นเชียวนะ!”
โหยวเย่ว์ใช้งานโหยวฟางอิ๋นราวกับเป็นสาวใช้อย่างไรอย่างนั้น
มิหนำซ้ำยังใช้งานได้สบายใจยิ่งกว่าสาวใช้เสียอีก
ในเมื่อนางสารเลวคนนี้มีเงินซึ่งไม่ทราบที่มาที่ไป ไม่แน่อาจจะหามาได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าข่าวที่ได้รับรู้มานี้จะจริงหรือเท็จ การส่งโหยวฟางอิ๋นไปที่โรงเตี๊ยมนั้น ประการแรกจะได้ช่วยปิดบังหูตาผู้คน หลีกเลี่ยงมิให้โหยวเย่ว์ต้องออกหน้าเองประการที่สองจะได้ทดสอบตื้นลึกหนาบางของนางสารเลวนี่ด้วย ดูซิว่าจะซุกซ่อนความไม่ชอบมาพากลอะไรไว้หรือไม่ ประการที่สาม หากเกิดเหตุไม่คาดฝันก็โยนความผิดให้โหยวฟางอิ๋นได้สะดวก
หากใช้งานส