้ดูแลร้านตกใจจนสะดุ้งโหยง “สวรรค์ ใจปานัก!”
เขาหยิบตั๋วเงินขึ้นมาดู ครั้นเห็นตัวอักษร ‘ตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงของร้านแลกเงินทงเหอ’ ที่แสดงอยู่ด้านบนอย่างแจ่มชัดก็หน้าชื่นตาบานทันควัน “ดูท่าคงต้องขอแสดงความยินดีกับแขกผู้สูงส่งท่านนี้ และต้องขอแสดงความยินดีกับคุณชายเหรินอีกด้วย แสดงว่าเจรจาการค้าสำเร็จแล้วสินะขอรับ!”
คนผู้นี้หาใช่ใครอื่นไม่ เป็นหลี่ว์เสี่ยนเจ้าของร้านโยวหวงผู้ไม่ชอบทำงานทำการคนปัจจุบันนั่นเอง เขาเคยพบเจอคนค้าขายที่มีสีหน้าท่าทางแบบผู้ดูแลร้านคนนี้มานักต่อนัก จึงโบกมือเอ่ยว่า“ก็แค่ช่วยสนับสนุนด้านการเงินเท่านั้นเอง ยังไม่ได้เจรจาการค้าอะไรสักหน่อย”
ผู้ดูแลร้านพูดทันที “ทราบขอรับ ทราบขอรับ”
หลี่ว์เสี่ยนนึกด่าทอในใจว่าเจ้าทราบผายลมอะไรล่ะ ก่อนจะแค่นเสียงออกจมูกหนหนึ่งคร้านจะพูดคุยอะไรอีก หมุนกายแล้วเดินจากไป
ยามนี้ผู้ดูแลร้านอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย จึงกล่าวกับโหยวฟางอิ๋นซึ่งยืนอยู่อีกด้านว่า “แม่นางตอนนี้แขกของคุณชายเหรินจากไปแล้ว ท่านขึ้นไปหาได้แล้วละขอรับ”
โหยวฟางอิ๋นเลยได้รู้ว่าบัณฑิตหนุ่มคือแขกของเหรินเหวยจื้อ
นางอดมองเพิ่มอีกครั้งไม่ได้
หลี่ว์เสี่ยนเดิมทีตอนเห็นสตรีนางนี้อยู่ในสถานที่ซึ่งมีผู้คนสารพัดรูปแบบมารวมตัวกัน แม้จะแปลกใจอยู่บ้าง ทว่าก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงเดินผ่านไปเท่านั้น
แต่ครั้นได้ยินเสียงของผู้ดูแลร้าน ฝีเท้าเขาก็หยุดชะงักในบัดดล
แม่นางผู้นี้มาหาเหรินเห