เจียงปั๋อโหยวรออยู่ในห้องอักษรมาสักพักหนึ่งแล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นภายในวังหลวงเมื่อหลายวันก่อนแพร่มาถึงเขาตั้งนานแล้ว ทว่าท้ายที่สุดเขาก็เพียงรู้สึกตระหนก ไม่ได้ประสบภยันตรายใด ๆมิหนำซ้ำฝั่าบาทยังพระราชทานสิ่งของให้เจียงเสวี่ยหนิงอีกด้วย แม้แต่ทางบ้านเองยังได้รับมาไม่น้อย บิดาเช่นเขาจึงทำได้เพียงกล่าวขอบพระทัยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ไม่กล้าถามไถ่อะไรให้มากความ
แต่กระนั้นเมื่อหวนคิดดูอีกที
เริ่มจากจวนหย่งอี้โหวถูกกักบริเวณก่อนต่อมายายหนูหนิงก็ถูกคนให้ร้ายในวังหลวง ไหนเลยจะเป็นเรื่องเรียบง่ายเช่นนั้นได้
เจียงปั๋อโหยวอายุสี่สิบกว่าปี แม้โชคดีได้ดำรงตำแหน่งทางราชการจนถึงขั้นรองเสนาบดีกรมคลัง แต่บัดนี้คิด ๆ ดูก็พบว่าเหตุที่เขาพอจะมีที่ยืนในราชสำนักก็อันเนื่องมาจากสมัยก่อนเคยช่วยเซี่ยเวยเดินทางเข้าเมืองหลวง และเคยช่วยให้ฝั่าบาทพระองค์ปัจจุบันได้ขึ้นครองราชย์ จึงนับเป็นขุนนางผู้พอจะมีความดีความชอบกับเขาอยู่บ้าง
แต่ตัวเขาเองไม่เคยคิดจะเป็นขุนนางใหญ่เลยสักนิดครั้นเขาขึ้นดำรงตำแหน่งก็ประสบอันตรายมากล้น หากตำแหน่งสูงขึ้นอีกก็จะยิ่งมีแต่การวางแผนหลอกลวงกันไปมา เจ้าต้องตายข้าถึงจะรอด โยงใยเกี่ยวพันเป็นวงกว้าง ผู้ที่ถอนตัวเมื่อประสบความสำเร็จแล้วมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยส่วนใหญ่ล้วนเสพสุขกับลาภยศสรรเสริญ ตามด้วยประสบเภทภัยไม่วันใดก็วันหนึ่ง
เฉกเช่นจวนหย่งอี้โหวในยามนี้…
“เฮ้อ…”
เจียงปั๋อโหยวมองบันทึกป