ระวัติศาสตร์จั่วจ้วน[1]ตรงหน้า จนแล้วจนรอดก็ไม่อาจพลิกอ่านต่อ เขาระบายลมหายใจยาวพ่อบ้านเฒ่าเลิกผ้าม่านก้าวเข้ามารายงาน“นายท่าน คุณหนูรองกลับมาแล้วขอรับ”
ครั้นพูดจบก็ขยับหลบไปด้านข้าง
เจียงเสวี่ยหนิงลงจากรถม้าก็มุ่งตรงมายังห้องอักษรของเจียงปั๋อโหยวทันที ขณะนี้กำลังเดินก้มหน้าเล็กน้อยผ่านประตูเข้ามา ก่อนจะค้อมกายคารวะเจียงปั๋อโหยวซึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะ “ลูกคารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ”
ยายหนูหนิงถูกเลี้ยงดูอยู่แต่ในจวน ที่ผ่านมานิสัยดื้อรั้นหัวแข็งยิ่งนัก ทว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งก่อนเข้าวังที่ดูเหมือนจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและสุขุมกว่าเก่าหน่อย ๆ แต่กระนั้นเมื่อเจียงปั๋อโหยวนึกถึงสถานการณ์ภายในวังหลวงทีไรก็มักจะพานกลัดกลุ้มเป็นล้นพ้น
ยามนี้พอเห็นนางยืนอยู่เบื้องหน้าตนอย่างปลอดภัย จึงนึกเสียใจภายหลังอยู่บ้าง
เขาลุกจากที่นั่งเดินมาแตะบ่านาง มองพินิจอย่างถ้วนถี่ตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าครู่หนึ่ง แล้วผงกศีรษะเอ่ยว่า “ดี ดี นั่งลงคุยกันเถอะ”
มีเตียงเตาสร้างติดกับเตียงนอน ปูเบาะผ้าแพรและวางหมอนอิงไว้บนนั้น
เจียงปั๋อโหยวนั่งตรงที่นั่งประธานสาวใช้ซึ่งคอยปรนนิบัติรับใช้ภายในห้องยกเก้าอี้กลมมาวางตรงตำแหน่งถัดไป เจียงเสวี่ยหนิงนั่งลง มองสำรวจสีหน้าเจียงปั๋อโหยวจากนั้นจึงเอ่ยว่า “ถังเอ๋อร์บอกว่าท่านพ่อตั้งใจรอข้าอยู่ในจวน ไม่ทราบมีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?”
นางมีสีหน้าสงบเยือกเย็น ปราศจากอาการที่ต้องคอยข่มกลั้นควา